ปักหมุด! ร้านอาหารขึ้นชื่อภูเก็ต ที่นักชิมต้องไปโดนสักครั้ง

การได้ไปเที่ยวชมความงามของจังหวัดต่าง ๆ พร้อมกับรับประทานอาหารท้องถิ่นถือว่าเป็นสิ่งที่คู่กันจริง ๆ นะคะ เพราะการไปกินอาหารท้องถิ่นก็เหมือนกับการได้สัมผัสรสชาติอาหาร ละเมนูที่แปลกใหม่ ซึ่งในประเทศไทยเองแต่ละจังหวัดก็จะมีเมนูเด็ด ๆ แตกต่างกันออกไป และ ‘ภูเก็ต’ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีอาหารชื่อแปลก ๆ ที่ไม่สามารถหาทานได้ที่อื่นมากมาย แล้ววันนี้เราก็ได้รวบรวมร้านอาหารขึ้นชื่อในภูเก็ตที่บอกเลยว่าเหล่านักชิม นักกินต้องห้ามพลาดเด็ดขาด!

โกเบ๊นซ์ ข้าวต้มแห้งภูเก็ต

ภาพจาก : www.th.tripadvisor.com
  • เริ่มกันที่ร้านแรกกับข้าวต้มแห้งโกเบ๊นซ์ ร้านแห่งนี้ตั้งอยู่ที่หน้าศาลเจ้าจ้ออ๋อง ถนนกระบี่ โดยจุดเด่นของร้านโกเบ๊นซ์คือจะมีเมนูหลากหลาย แต่ที่เด็ดสุด ๆ ก็คงจะเป็นข้าวต้มแห้ง ที่มีรสชาติกลมกล่อม กินได้ไม่มีเบื่อ แต่ขอเตือนก่อนนะว่าต้องไปไวหน่อยเพราะร้านนี้คนต่อคิวเยอะ แถมยังหมดไวอีกด้วยจ้า

วันจันทร์ (One Chun Restaurant)

ภาพจาก : www.mgronline.com/travel/detail/9630000002886
  • สำหรับร้านนี้จะรวบรวมเมนูอาหารใต้พื้นเมืองของภูเก็ตเอาไว้หลากหลายเมนู ที่สำคัญตัวร้านดัดแปลงมาจากตึกเก่าสไตล์ชิโน-โปรตุกีส ภายในร้านก็จะเต็มไปด้วยของวินเทจย้อนยุค ใครที่ชื่นชอบอาหารใต้รสจัดทั้งผัดเผ็ด คอหมูย่างคั่วเกลือ คั่วกลิ้ง แกงส้ม อื่น ๆ ต้องแวะมาที่นี่เลย

ตู้กับข้าว (Tu Kab Khao Restaurant Phuket)

ภาพจาก : www.th.readme.me/p/21224
  • ร้านนี้จะเหมาะสำหรับชาวต่างชาติที่อยากลองรับประทานอาหารใต้ เพราะมีรสชาติที่ไม่จัดจ้านจนเกินไป แต่ยังคงความอร่อย กลมกล่อมได้อย่างลงตัว ร้านตั้งอยู่ในย่าน Phuket Town ที่มีสถาปัตยกรรมอันโดดเด่น เรียบหรู รับรองว่าอาหารอร่อยถูกปาก แถมยังได้รูปสวย ๆ กลับไปแน่นอน

ฮูแช้ ร้านหมี่สะปำ คุณยายเจียร

ภาพจาก : www.medium.com
  • ฮูแซ้มีลักษณะคล้าย ๆ กับสลัดผัก หรือที่คนท้องถิ่นเรียกกันว่าสลัดภูเก็ต นิยมกินกันเป็นอาหารว่างยามบ่าย น้ำราดตะมีรสชาติหวาน เค็มเปรี้ยว ตัดด้วยเผ็ดเล็กน้อย นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูอื่น ๆ ให้ได้เลือกทานอีกมากมาย ทั้ง ห่อหมกเนื้อปู โอวต้าว ฯลฯ

โอวต้าว ร้านโอวต้าว บางเหนียว

ภาพจาก : www.checkinchill.com
  • โอวต้าวจะมีลักษณะคล้าย ๆ กับหอยทอด แต่จะไม่มีถั่วงอกลงไปผัด ไม่กรอบเหมือนหอยทอด นิยมทานคู่กับแคบหมู และถั่วงอกดิบ สำหรับที่ร้านโอวต้าว บางเหนียวแห่งนี้จะเป็นร้านริมทางแต่ได้รับการันตีความอร่อยจากมิชลินไกด์ สาขามิชลินแพลท ปี 2020 ด้วยการใช้วัตถุดิบคุณภาพดี และรสชาติอร่อยเลิศค่ะ

ทั้งหมดนี้ก็เป็น 5 ร้านเด็ดในภูเก็ตที่เราอยากแนะนำให้ทุกคนได้ไปลองชิมกันดู รับรองได้เลยว่าหากได้ไปลองทานสักครั้ง คุณจะต้องติดใจจนอยากไปซ้ำอย่างแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.wongnai.com

ส่องโลกใต้ทะเลด้วย 5 จุดดำน้ำลึกขึ้นชื่อในประเทศไทย!

หนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ถูกใจคนทั้งรุ่นใหญ่รุ่นเล็ก คงหนีไม่พ้นความสวยงามอย่าง ‘ทะเล’ แน่นอน ซึ่งการไปทะเลนั้นก็มีกิจกรรมให้เราได้เลือกทำอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารทะเลแบบสด ๆ การนอนชิลล์ริมหาด หรือการทำกิจกรรมทางน้ำ ก็ล้วนถูกออกแบบมาให้เข้ากับความชอบของคน

และการดำดิ่งลงไปที่โลกใต้ทะเล ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สายแอนเวนเจอร์ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด เพราะเพียงแค่เราเห็นภาพถ่ายใต้ท้องทะเลว่าสวยแล้ว การดำลงไปให้เห็นกับตาบอกเลยว่าสวยกว่าเป็นล้านเท่า แล้ววันนี้เราเอาใจคนชอบทะเลด้วยการแปะพิกัด 5 จุดดำน้ำลึกในประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องได้ไปสัมผัสด้วยตัวเองมาฝากกันค่ะ

หมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา

ภาพจาก : www.govivigo.com
  • แหล่งดำน้ำลึกที่ติด 1 ใน 10 อันดับยอดนิยมจากทั่วโลก และถึงแม้ว่าจะเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียง ทำให้คนหลั่งไหลมาเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก แต่หมู่เกาะสิมิลันก็ยังคงมีความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติให้ดูแบบครบ ๆ ทั้ง ปะการังที่มีอุดมสมบูรณ์ กัลปังหา สัตว์น้ำหายากชนิดต่าง ๆ เช่น ฉลามครีบเงิน ปลาสิงโต กระเบนราหู ฯลฯ

หมู่เกาะราชา จังหวัดภูเก็ต

ภาพจาก : www.travel.mthai.com/world-travel/123076.html
  • สำหรับหมู่เกาะราชาจะถูกแบ่งจุดดำน้ำเป็น 2 จุด คือ เกาะราชาใหญ่ที่จะมีแนวปะการังแข็งปกคลุมไปทั่วบริเวณ และเกาะราชาน้อยที่จะเต็มไปด้วยปะการังอ่อน พร้อมกับสัตว์น้ำนานาชนิดที่มีความแตกต่างกัน ใครชอบแบบไหนก็เลือกไปเที่ยวได้ หรือชอบทั้ง 2 แบบ ก็สามารถออกตามทริปที่ทางเกาะมีจัดได้ค่ะ

เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล

ภาพจาก : www.blog.traveloka.com
  • เกาะหลีเป๊ะ หรือที่หลายคนคุ้นหูกับคำว่า ‘มัลดีฟส์เมืองไทย’ เพราะที่นี่นอกจากจะมีหาดทรายขาวละเอียด และที่พักสวย ๆ ให้ได้ไปเอนกายแล้ว โลกใต้ท้องทะเลก็บอกเลยว่ามีความสวยงามของธรรมชาติไม่แพ้ที่อื่น ๆ สามารถดำน้ำดูปะการังได้ตลอดทั้งปี แต่หากใครอยากได้ตั๋วเครื่องบินและที่พักราคาถูกลงมาหน่อยก็แนะนำให้ไปเที่ยวช่วงโลว์ซีซั่นค่ะ

เกาะเต่า จ.ชุมพร

ภาพจาก : www.zanookdive.com
  • ทะเลแถบทางอ่าวไทยก็มีดีไม่แพ้อันดามันเลยค่ะ ซึ่งที่เกาะเต่าแห่งนี้จะมีเหล่าปะกะรังที่อ่อนพลิ้วไปตามสายน้ำ รวมไปถึงความสมบูรณ์ทางระบบนิเวศน์ให้ได้ชมกัน ที่สำคัญเกาะเต่ายังเป็นเกาะน่าเที่ยวอันดับ 1 ของเอเชีย และเป็นสุดยอดเกาะอันดับ 8 ของโลกอีกด้วยนะจ๊ะ

เกาะโลซิน จ.ปัตตานี

ภาพจาก : www.pantip.com/topic/35133045
  • เป็นเกาะเล็ก ๆ ทางแถบอ่าวไทย ที่มีปะการังเขากวางสวยและสมบูรณ์มากที่สุด ที่สำคัญเรายังสามารถชมฉลามวาฬหลาย ๆ ตัวพร้อมกันได้ นอกจากนี้ก็ยังมีฉลามหัวค้อนซึ่งเป็นสิ่งหาชมยากให้ได้ชมอีกด้วย

สำหรับใครที่ชื่นชอบการดำดิ่งลงสู่ใต้น้ำเพื่อชมความสวยงามของสิ่งมหัศจรรย์ ก็อย่าลืมเอาตัวเลือกจุดดำน้ำที่เรานำมาฝากไปเป็นลิสต์ในใจด้วยนะ รับรองได้เลยว่าคุณจะไม่ผิดหวังกับสิ่งที่เราคัดสรรมาให้อย่างแน่นอนค่ะ

ขอบคุณข้อมูล : painaidii

แนะนำบ้านพักใกล้ทะเลหัวหิน ไปกับครอบครัวก็ดี ไปกับแก๊งเพื่อนก็ฟิน!

สวัสดีค่ะทุกคน ในช่วงนี้หลาย ๆ คนคงจะอยากไปสัมผัสอากาศหนาวแถวดอยทางภาคเหนือใช่ไหมล่ะ แต่ก็มีบางคนที่ไม่อยากไปที่คนเยอะแถมยังรถติดมาก ๆ ฉะนั้น การไปเที่ยวสถานที่ที่กำลังอยู่ในช่วง Low Season ก็ถือเป็นหนึ่งทางออกที่ดีเลยนะคะ และ ‘ทะเล’ ก็คงเป็นจุดหมายปลายทางที่หลายคนคงกำลังนึกอยู่ แต่จะให้ไปไกลถึงทะเลฝั่งอันดามันก็ดูจะใช้เวลาเดินทางนานเกินไป เพราะฉะนั้นไปเที่ยวทะเลใกล้ ๆ อย่างหัวหินก็เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวที่น่าไปเช่นกัน

และในช่วงปีใหม่แน่นอนเลยว่าหลาย ๆ คนก็ต้องการความเป็นส่วนตัวเพื่อการพักผ่อนกับครอบครัวหรือแก๊งเพื่อนรัก วันนี้เราเลยได้รวบรวมที่พักสไตล์วิลล่าที่ได้ทั้งความเป็นส่วนตัว แถมยังมีอุปกรณ์เครื่องครัวแบบครนครันมาฝากทุกคนกันค่ะ

Vimanlay Hua Hin 

ราคา : 14,000 – 24,000 บาท

ภาพจาก : www.travel.mthai.com/blog/141602.html
  • ที่พักมีทั้งหมด 4 ห้อง 4 ห้องน้ำ สามารถจอดรถยนต์ได้ 1 คัน ส่วนใครที่เอารถมาหลายคันสามารถไปจอดที่ส่วนกลางได้ นอกจากนี้ภายในบ้านพักยังมีห้องคาราโอเกะ ห้องนั่งเล่น สระว่ายน้ำส่วนตัว และมีอุปกรณ์ทำครัวแบบจัดเต็มเลย เหมาะสำหรับมาเป็นกลุ่ม 8-11 คนค่ะ

Glossy House Hua Hin Pool Villa + jacuzzi

ราคา : 9,900 – 12,000 บาท

ภาพจาก : www.travel.mthai.com/blog/141602.html
  • บ้านพักเหมาะสำหรับ 6-10 คน มีสระว่ายน้ำและจากุชชี่ให้นอนแช่ ภายในบ้านจะมีทั้งหมด 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น และครัวหรูหราสไตล์ยุโรป พร้อมอุปกรณ์ทำครัว หรูหราขนาดนี้ต้องมีรูปอัปลงไอจีรัว ๆ แน่นอนค่ะ

The Modern Pool Villa

ราคา : 5,300 บาท

ภาพจาก : www.makalius.co.th
  • บ้านพักสไตล์โมเดิร์นที่รองรับผู้เข้าพักได้สูงสุด 4 คน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งห้องพัก สระว่ายน้ำส่วนตัว คาราโอเกะ โต๊ะพูล ฯลฯ ใครที่ไปกันไม่เยอะ แนะนำที่นี่เลยค่ะส่วนตัวสุด ๆ

Itz Time Hua Hin Pool Villa

ราคา : 15,900 บาท

ภาพจาก : www.itztimehuahin.com/th/
  • สำหรับที่นี่จะมีบ้านพักทั้งหมด 22 หลัง มีให้เลือก 3 รูปแบบ แต่ละแบบก็จะมีความแตกต่างกันออกไป แต่ทุกหลังก็จะมีห้องนอน ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น และห้องครัวเหมือนกันทั้งหมด ที่สำคัญบ้านไหนที่มีสัตว์เลี้ยงขอแนะนำเลยค่ะ เพราะที่นี่สามารถพาสัตว์เลี้ยงเข้าพักได้ด้วย

Cosmo House Hua Hin Pool Villa

ราคา : เริ่มต้น 3,900 บาท

ภาพจาก : www.chillpainai.com
  • ใครที่ชอบบ้านพักที่มาพร้อมกับเนื้อที่เยอะ ๆ ขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ แต่ถึงแม้พื้นที่จะกว้างขวางแต่ก็จัดเป็นสัดส่วนได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับสมาชิก 6-8 คน ที่สำคัญยังมีมุมให้ถ่ายรูปสวย ๆ เพียบ ใครที่ดีไซน์มินิมอลต้องจัดแล้วค่ะ

ปีใหม่นี้ใครกำลังวางแพลนจะไปนอนรับลมทะเลอยู่ล่ะก็ สามารถเอาตัวเลือกบ้านพักเหล่านี้ไปเป็นลิสต์ในใจได้เลยน้า ไปเที่ยวแล้วดียังไงอย่าลืมมาเล่าต่อกันล่ะ

ข้อมูลจาก : travel mthai

รวม 5 บ่อน้ำร้อนขึ้นชื่อในเมืองไทย ไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่น!

ลมหนาวพัดมาเอื่อย ๆ เป็นสัญญาณว่าอีกไม่นานประเทศของเราจะก้าวเข้าสู่ปี 2021 อย่างเป็นทางการ ซึ่งปี 2020 นี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่มีความหนักหน่วงในทุก ๆ เรื่องเลยนะคะ แต่เอาเป็นว่าเราไม่พูดถึงเรื่องร้าย ๆ แล้วกลับมาคุยเรื่องดี ๆ กันดีกว่า ซึ่งตอนนี้หลายคนก็คงกำลังมองหาที่เที่ยวช่วงปีใหม่กันอยู่แน่นอน แล้วอากาศหนาวเย็นแบบนี้ที่เที่ยวที่อยู่ในลิสต์อันดับต้น ๆ ของหลายคน คงหนีไม่พ้นการพาตัวเองไปแช่ในน้ำอุ่น ๆ อย่างบ่อน้ำร้อนใช่ไหมหล่ะ

ซึ่งบ่อน้ำร้อนหรือบ่อน้ำพุร้อนก็เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์ ที่สำคัญการพาตัวเองไปนอนแช่ในน้ำร้อนยังช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยและความเมื่อยล้าจากการทำงานได้เป็นอย่างดีอีกด้วยนะคะ ว่าแล้ววันนี้เราก็ไม่พลาดที่จะรวบรวมบ่อน้ำร้อนในเมืองไทยที่ขึ้นชื่อมาฝากทุกคนกัน หากพร้อมแล้วก็ลุยกันเลย!

แหล่งน้ำแร่ร้อนบ้านพรรั้ง

จังหวัดระนอง

แหล่งน้ำแร่ร้อนบ้านพรรั้ง ภาพจาก : www.sanook.com
  • ที่นี่จะมีบ่อน้ำร้อนให้บริการทั้งหมด 3 บ่อ อุณหภูมิจะอยู่ที่ 45-54 องศาเซเลเซียส มีทั้งบ่อน้ำร้อนแช่เท้า และแบบแช่ทั้งตัว ที่สำคัญยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกไว้บริการแบบครบครันเลยค่ะ

อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน

จังหวัดลำปาง

อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ภาพจาก : www.nairobroo.com
  • อุทยานแจ้ซ้อนนอกจากจะมีน้ำตกเย็น ๆ สวย ๆ ให้เราได้ลงไปแช่แล้ว ที่แจ้ซ้อนยังมีบ่อน้ำพุร้อนอีกด้วย โดยกิจกรรมยอดฮิตของที่นี่คือเอาไข่นกกระทา และไข่ไก่ลงไปแช่ในน้ำร้อน หรือหากใครที่อยากจะแช่ทั้งตัว ที่นี่ก็มีห้องแยกสำหรับการแช่ตัวไว้ให้ยริการด้วยนะคะ

น้ำตกร้อนคลองท่อม

จังหวัดกระบี่

น้ำตกร้อนคลองท่อม ภาพจาก : www.sites.google.com
  • สำหรับน้ำตกร้อนนี้จะตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับสระมรกต ถือเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวสุดอันซีน ด้วยน้ำตกที่มีลักษณะตกเป็นชั้น ๆ มีอุณหภูมิประมาณ 33-45 องศาเซลเซียส มีแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย ที่ช่วยผ่อนคลาย ลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และยังช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่งอีกด้วยค่ะ

น้ำพุร้อนไทรงาม

จังหวัดแม่ฮ่องสอน

น้ำพุร้อนไทรงาม ภาพจาก : www.pantip.com/topic/36869503
  • เป็นน้ำพุร้อนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ที่นี่จะมีลักษณะเป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่ ทั้งยังสีเขียวมรกตใสแจ๋วมองเห็นพื้นทรายด้านล่างเลยล่ะค่ะ ที่สำคัญบริเวณที่ยังถูกโอบกอดไปด้วยธรรมชาติมากมาย ใครได้ไปต้องหลงรักแน่นอน

บ่อน้ำพุร้อนหินดาด

จังหวัดกาญจนบุรี

บ่อน้ำพุร้อนหินดาด ภาพจาก : www.thailandhotelforums.com
  • บ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ถูกค้นพบโดยทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากนี้ยังมีความเชื่อกันอีกว่าบ่อน้ำพุของที่นี่มีสรรพคุณในการรักษาโรภัยไข้เจ็บต่าง ๆ นอกจากนี้บ่อน้ำพุร้อนของที่นี่ยังมีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีทั้งหมด 3 บ่อ แต่ละบ่อก็จะไล่ระดับความร้อนไปเรื่อย ๆ ใครที่ชอบแช่ตัวต้องไม่พลาดค่ะ

ทั้งหมดนี้ก็เป็น 5 บ่อน้ำพุร้อนที่เรานำมาฝากทุกคนกัน หน้าหนาวปีนี้ใครที่ยังไม่ได้วางแพลนไปไหน ลองเอาตัวเองไปแช่ในน้ำอุ่น ๆ รับรองได้เลยว่าหากใครได้มีโอกาสได้ไปแช่ตัว จะต้องชอบและอยากไปซ้ำอีกแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก : ชิลไปไหน