แนะนำบ้านพักใกล้ทะเลหัวหิน ไปกับครอบครัวก็ดี ไปกับแก๊งเพื่อนก็ฟิน!

สวัสดีค่ะทุกคน ในช่วงนี้หลาย ๆ คนคงจะอยากไปสัมผัสอากาศหนาวแถวดอยทางภาคเหนือใช่ไหมล่ะ แต่ก็มีบางคนที่ไม่อยากไปที่คนเยอะแถมยังรถติดมาก ๆ ฉะนั้น การไปเที่ยวสถานที่ที่กำลังอยู่ในช่วง Low Season ก็ถือเป็นหนึ่งทางออกที่ดีเลยนะคะ และ ‘ทะเล’ ก็คงเป็นจุดหมายปลายทางที่หลายคนคงกำลังนึกอยู่ แต่จะให้ไปไกลถึงทะเลฝั่งอันดามันก็ดูจะใช้เวลาเดินทางนานเกินไป เพราะฉะนั้นไปเที่ยวทะเลใกล้ ๆ อย่างหัวหินก็เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวที่น่าไปเช่นกัน

และในช่วงปีใหม่แน่นอนเลยว่าหลาย ๆ คนก็ต้องการความเป็นส่วนตัวเพื่อการพักผ่อนกับครอบครัวหรือแก๊งเพื่อนรัก วันนี้เราเลยได้รวบรวมที่พักสไตล์วิลล่าที่ได้ทั้งความเป็นส่วนตัว แถมยังมีอุปกรณ์เครื่องครัวแบบครนครันมาฝากทุกคนกันค่ะ

Vimanlay Hua Hin 

ราคา : 14,000 – 24,000 บาท

ภาพจาก : www.travel.mthai.com/blog/141602.html
  • ที่พักมีทั้งหมด 4 ห้อง 4 ห้องน้ำ สามารถจอดรถยนต์ได้ 1 คัน ส่วนใครที่เอารถมาหลายคันสามารถไปจอดที่ส่วนกลางได้ นอกจากนี้ภายในบ้านพักยังมีห้องคาราโอเกะ ห้องนั่งเล่น สระว่ายน้ำส่วนตัว และมีอุปกรณ์ทำครัวแบบจัดเต็มเลย เหมาะสำหรับมาเป็นกลุ่ม 8-11 คนค่ะ

Glossy House Hua Hin Pool Villa + jacuzzi

ราคา : 9,900 – 12,000 บาท

ภาพจาก : www.travel.mthai.com/blog/141602.html
  • บ้านพักเหมาะสำหรับ 6-10 คน มีสระว่ายน้ำและจากุชชี่ให้นอนแช่ ภายในบ้านจะมีทั้งหมด 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น และครัวหรูหราสไตล์ยุโรป พร้อมอุปกรณ์ทำครัว หรูหราขนาดนี้ต้องมีรูปอัปลงไอจีรัว ๆ แน่นอนค่ะ

The Modern Pool Villa

ราคา : 5,300 บาท

ภาพจาก : www.makalius.co.th
  • บ้านพักสไตล์โมเดิร์นที่รองรับผู้เข้าพักได้สูงสุด 4 คน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งห้องพัก สระว่ายน้ำส่วนตัว คาราโอเกะ โต๊ะพูล ฯลฯ ใครที่ไปกันไม่เยอะ แนะนำที่นี่เลยค่ะส่วนตัวสุด ๆ

Itz Time Hua Hin Pool Villa

ราคา : 15,900 บาท

ภาพจาก : www.itztimehuahin.com/th/
  • สำหรับที่นี่จะมีบ้านพักทั้งหมด 22 หลัง มีให้เลือก 3 รูปแบบ แต่ละแบบก็จะมีความแตกต่างกันออกไป แต่ทุกหลังก็จะมีห้องนอน ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น และห้องครัวเหมือนกันทั้งหมด ที่สำคัญบ้านไหนที่มีสัตว์เลี้ยงขอแนะนำเลยค่ะ เพราะที่นี่สามารถพาสัตว์เลี้ยงเข้าพักได้ด้วย

Cosmo House Hua Hin Pool Villa

ราคา : เริ่มต้น 3,900 บาท

ภาพจาก : www.chillpainai.com
  • ใครที่ชอบบ้านพักที่มาพร้อมกับเนื้อที่เยอะ ๆ ขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ แต่ถึงแม้พื้นที่จะกว้างขวางแต่ก็จัดเป็นสัดส่วนได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับสมาชิก 6-8 คน ที่สำคัญยังมีมุมให้ถ่ายรูปสวย ๆ เพียบ ใครที่ดีไซน์มินิมอลต้องจัดแล้วค่ะ

ปีใหม่นี้ใครกำลังวางแพลนจะไปนอนรับลมทะเลอยู่ล่ะก็ สามารถเอาตัวเลือกบ้านพักเหล่านี้ไปเป็นลิสต์ในใจได้เลยน้า ไปเที่ยวแล้วดียังไงอย่าลืมมาเล่าต่อกันล่ะ

ข้อมูลจาก : travel mthai

รวม 5 บ่อน้ำร้อนขึ้นชื่อในเมืองไทย ไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่น!

ลมหนาวพัดมาเอื่อย ๆ เป็นสัญญาณว่าอีกไม่นานประเทศของเราจะก้าวเข้าสู่ปี 2021 อย่างเป็นทางการ ซึ่งปี 2020 นี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่มีความหนักหน่วงในทุก ๆ เรื่องเลยนะคะ แต่เอาเป็นว่าเราไม่พูดถึงเรื่องร้าย ๆ แล้วกลับมาคุยเรื่องดี ๆ กันดีกว่า ซึ่งตอนนี้หลายคนก็คงกำลังมองหาที่เที่ยวช่วงปีใหม่กันอยู่แน่นอน แล้วอากาศหนาวเย็นแบบนี้ที่เที่ยวที่อยู่ในลิสต์อันดับต้น ๆ ของหลายคน คงหนีไม่พ้นการพาตัวเองไปแช่ในน้ำอุ่น ๆ อย่างบ่อน้ำร้อนใช่ไหมหล่ะ

ซึ่งบ่อน้ำร้อนหรือบ่อน้ำพุร้อนก็เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์ ที่สำคัญการพาตัวเองไปนอนแช่ในน้ำร้อนยังช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยและความเมื่อยล้าจากการทำงานได้เป็นอย่างดีอีกด้วยนะคะ ว่าแล้ววันนี้เราก็ไม่พลาดที่จะรวบรวมบ่อน้ำร้อนในเมืองไทยที่ขึ้นชื่อมาฝากทุกคนกัน หากพร้อมแล้วก็ลุยกันเลย!

แหล่งน้ำแร่ร้อนบ้านพรรั้ง

จังหวัดระนอง

แหล่งน้ำแร่ร้อนบ้านพรรั้ง ภาพจาก : www.sanook.com
  • ที่นี่จะมีบ่อน้ำร้อนให้บริการทั้งหมด 3 บ่อ อุณหภูมิจะอยู่ที่ 45-54 องศาเซเลเซียส มีทั้งบ่อน้ำร้อนแช่เท้า และแบบแช่ทั้งตัว ที่สำคัญยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกไว้บริการแบบครบครันเลยค่ะ

อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน

จังหวัดลำปาง

อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ภาพจาก : www.nairobroo.com
  • อุทยานแจ้ซ้อนนอกจากจะมีน้ำตกเย็น ๆ สวย ๆ ให้เราได้ลงไปแช่แล้ว ที่แจ้ซ้อนยังมีบ่อน้ำพุร้อนอีกด้วย โดยกิจกรรมยอดฮิตของที่นี่คือเอาไข่นกกระทา และไข่ไก่ลงไปแช่ในน้ำร้อน หรือหากใครที่อยากจะแช่ทั้งตัว ที่นี่ก็มีห้องแยกสำหรับการแช่ตัวไว้ให้ยริการด้วยนะคะ

น้ำตกร้อนคลองท่อม

จังหวัดกระบี่

น้ำตกร้อนคลองท่อม ภาพจาก : www.sites.google.com
  • สำหรับน้ำตกร้อนนี้จะตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับสระมรกต ถือเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวสุดอันซีน ด้วยน้ำตกที่มีลักษณะตกเป็นชั้น ๆ มีอุณหภูมิประมาณ 33-45 องศาเซลเซียส มีแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย ที่ช่วยผ่อนคลาย ลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และยังช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่งอีกด้วยค่ะ

น้ำพุร้อนไทรงาม

จังหวัดแม่ฮ่องสอน

น้ำพุร้อนไทรงาม ภาพจาก : www.pantip.com/topic/36869503
  • เป็นน้ำพุร้อนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ที่นี่จะมีลักษณะเป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่ ทั้งยังสีเขียวมรกตใสแจ๋วมองเห็นพื้นทรายด้านล่างเลยล่ะค่ะ ที่สำคัญบริเวณที่ยังถูกโอบกอดไปด้วยธรรมชาติมากมาย ใครได้ไปต้องหลงรักแน่นอน

บ่อน้ำพุร้อนหินดาด

จังหวัดกาญจนบุรี

บ่อน้ำพุร้อนหินดาด ภาพจาก : www.thailandhotelforums.com
  • บ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ถูกค้นพบโดยทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากนี้ยังมีความเชื่อกันอีกว่าบ่อน้ำพุของที่นี่มีสรรพคุณในการรักษาโรภัยไข้เจ็บต่าง ๆ นอกจากนี้บ่อน้ำพุร้อนของที่นี่ยังมีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีทั้งหมด 3 บ่อ แต่ละบ่อก็จะไล่ระดับความร้อนไปเรื่อย ๆ ใครที่ชอบแช่ตัวต้องไม่พลาดค่ะ

ทั้งหมดนี้ก็เป็น 5 บ่อน้ำพุร้อนที่เรานำมาฝากทุกคนกัน หน้าหนาวปีนี้ใครที่ยังไม่ได้วางแพลนไปไหน ลองเอาตัวเองไปแช่ในน้ำอุ่น ๆ รับรองได้เลยว่าหากใครได้มีโอกาสได้ไปแช่ตัว จะต้องชอบและอยากไปซ้ำอีกแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก : ชิลไปไหน

7 ที่พักม่อนแจ่ม วิวหลักล้านราคาหลักร้อย!

ปลายฝนต้นหนาวแบบนี้แค่คิดว่าได้ไปเดินเล่นบนเขาบนดอย ซึมซับบรรยากาศหนาว ๆ พร้อมกับรอชมทะเลหมอกในตอนเช้าก็ฟินสุด ๆ แล้ว แต่ทุกคนอย่าปล่อยให้เรื่องเหล่านี้เป็นเพียงแค่ความฝัน เพราะวันนี้เราจะพาทุกคนมุ่งหน้าไปกันที่ดินแดนล้านนาอย่าง ‘เชียงใหม่

และหากพูดถึงเชียงใหม่คงไม่มีใครไม่รู้จัก ‘ม่อนแจ่ม’ อย่างแน่นอน ซึ่งหากใครได้ดูหนัง ละคร หรือเพลง ก็จะเห็นได้ว่าสถานที่แห่งนี้ถูกถ่ายทำเป็นทั้งหนังและมิวสิควิดีโอเพลงต่าง ๆ มากมาย  เพราะด้วยบรรยากาศสบาย ๆ บวกกับความสวยงามที่ดอยจึงทำให้ที่แห่งนี้ได้รับความนิยมตลอดทั้งปี และนอกจากนี้ที่ม่อนแจ่มยังมีที่พักสุดฟินรอให้ทุกคนได้ไปเอนกายนอนกันอีกด้วย ว่าแล้วก็รีบเตรียมกระเป๋าซักใบกับเพื่อนรู้ใจสักคนแล้วไปแอ่วกันที่เชียงใหม่เลยเจ้า

ม่อนม้ง โฮมสเตย์

  • ราคา : เริ่มต้น 900 บาท  
ภาพจาก : www.edtguide.com/hotel/379511/mon-mong-homestay
  • บ้านพักไม้ที่มีการจัดสัดส่วนให้ไม่แออัด ใครที่ชอบความเป็นส่วนตัวและอยากจะใกล้ชิดธรรมชาติ พร้อมทั้งสัมผัสความเป็นม่อนแจ่มก็ขอแนะนำม่อนม้งแห่งนี้

ไร่หยดเหมย

  • ราคา : เริ่มต้น 700 บาท
ภาพจาก : www.wongnai.com/hotels/
  • ที่นี่เป็นบ้านที่ทำจากไม้ไผ่ หรือหากใครที่อยากสัมผัสอากาศดี ๆ หน่อยก็เลือกพักแบบเต็มท์ก็ได้เช่นกัน ที่สำคัญที่พักแห่งนี้ยังเป็นจุดสุดยอดในการชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าอีกด้วย

ไร่มีนา

  • ราคา : เริ่มต้น 800 บาท
ภาพจาก : www.wongnai.com/hotels/369316Zo
  • ที่นี่ตั้งอยู่บนเนินเขา วิวดี ราคาไม่แพง มีทั้งที่พักแบบเต็นท์และแบบบ้านพักให้ได้เข้าพักกัน นอกจากนี้ก็ยังมีร้านกาแฟแบบนั่งห้อยขาให้ได้ไปนั่งสูดอากาศท่ามกลางวิวสวย ๆ อีกด้วย

ม่อนจาวดอย

  • ราคา : เริ่มต้น 500 บาท
ภาพจาก : เพจเชียงใหม่ม่วนเว่อร์
  • ที่พักกลางแจ้งสำหรับการนอนรับลมหนาว ๆ กลางทุ่งดอกทานตะวัน ที่นอนที่ฮิตของที่นี่จะเป็นแบบเต็นท์ แค่คิดว่าตื่นเช้ามามีทั้งหมอก ภูเขา และดอกไม้รายล้อมแค่นี้ก็ฟินแล้ว

ม่อนตะวัน

  • ราคา : เริ่มต้น 500 บาท
ภาพจาก : www.tripgether.com/index.php?home=view&id=1190
  • อีกหนึ่งที่พักวิวหลักล้านในราคาหลักร้อย เป็นบ้านพักที่จะพาทุกคนไปสัมผัสกับบรรยากาศสุดชิลที่ม่อนแจ่ม และหากดึก ๆ ใครท้องร้องที่นี่ก็มีบริการเสิร์ฟหมูกระทะให้ด้วยจ้า

ม่อนวิวงาม

  • ราคา : เริ่มต้น 800 บาท
ภาพจาก : www.reservation.roomscope.com/1347/th
  • ใครที่ไปช่วงเหมาะ ๆ ที่นี่ก็จะมีดอกไม้สีสันสดใสให้ได้ชม จะมาคนเดียว เป็นคู่ หรือไปเป็นกลุ่มที่นี่ก็มีที่พักให้เลือกครบทุกรูปแบบ

The Doi Moncham

  • ราคา : เริ่มต้น 1,090 บาท
ภาพจาก : www.booking.com/hotel/th/the-doi-moncham.th.html
  • ที่นี่อาจจะราคาเกินไปเล็กน้อย แต่ถ้าคุณได้ไปสัมผัสที่นี่ก็จะลืมที่พักแบบเดิม ๆ ไปเลย เพราะที่นี่จะถูกออกแบบเป็นบ้านแคปซูลไม้ไผ่ดีไซน์สวย นอกจากนี้ก็ยังมีแบบเต็นท์กระโจม และบ้านพักสำหรับครอบครัวอีกด้วย

หน้าหนาวนี้อย่าลืมไปสัมผัสอากาศเย็น ๆ พร้อมกับนอนด้วยที่พักฟิน ๆ กันด้วยนะ และที่สำคัญเชียงใหม่ไม่ได้มีดีแค่ที่ดอย แต่จะมีที่ไหนน่าเที่ยวอีกบ้างอีกไม่นานเราจะเรารวบมาฝากทุกคนอีกแน่นอนรอติดตามกันด้วยน้า

ข้อมูลจาก : Wongnai

อ่านเพิ่มเติม:

7 สถานที่ขอพรความรัก สละโสดได้แบบไม่มีนก!

ปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ใครมีคนให้นอนซบนอนกอดคงจะอบอุ่นหัวใจน่าดู แล้วคนโสดหล่ะ ? โถ่! ชีวิตสาวโสดหนุ่มโสดช่างน่าสงสาร หน้าหนาวทั้งทีนอกจากหมอนข้างน้องหมาน้องแมวก็ไม่มีใครให้นอนกอดแล้ว

แต่ไม่ต้องห่วงไป เพราะวันนี้เรามาเอาใจสาวโสดหนุ่มโสดด้วย 7 สถานที่ที่คนนิยมไปขอพรเรื่องความรัก และเสียงส่วนใหญ่ก็การันตีว่าได้ผลจริง! หากใครที่นั่งอยู่บนคานจนเหงา  แล้วพร้อมจะสละโสดไปด้วยกันก็ตามไปดู 7 สถานที่ขอพรความรักพร้อมกันเลยจ้า

พระแม่อุมาเทวี วัดแขก สีลม

ภาพจาก : www.travel.trueid.net/detail/0l8RYGM9BN0
  • ซึ่งตามความเชื่อนั้น ‘พระแม่อมาเทวี’ เป็นพระชายาของพระศิวะ ซึ่งเป็นเทพที่มีความศรัทธาและมั่นคงในเรื่องของความรักที่มีให้กัน เพราฉะนั้นใครที่อยากขอให้ความรักมั่นคงและเจอคู่แท้ก็ต้องมาขอพรที่วัดแห่งนี้เลยค่ะ

ศาลย่านาค พระขโนง วัดมหาบุศย์

ภาพจาก : www.travel.trueid.net/detail/pE17dy9yx47V
  • หากพูดถึงตำนานความรักที่บริสุทธิ์และมั่นคง คงไม่มีใครไม่รู้จักแม่นาค พระโขนงอย่างแน่นอน ซึ่งตำนานนี้ยังได้ถ่ายทอดในรูปแบบของหนัและละครให้ได้ชมกันอีกด้วย และด้วยความรักความซื่อสัตย์ของแม่นาคจึงทำให้สถานที่แห่งนี้คือหนึ่งในที่ขอพรเรื่องความรักที่มาพร้อมความซื่อสัตย์นั่นเองค่ะ

ศาลพระตรีมูรติ (ลาน Central World)

ภาพจาก : www.tnews.co.th/variety/
  • สถานที่ขอพรเรื่องความรักกลางเมืองกรุง ซึ่งศาลพระตรีมูรตินี้จะตั้งอยู่ที่แยกราชประสงค์บริเวณหน้าศูนย์การค้า Central World โดยทุกคนสามารถมาขอพรด้วยทุกวัน แต่ฤกษ์งามยามดีของที่นี่จะอยู่ในวันพฤหัสบดีเวลา 9.30 น. และ 21.30 น. ซึ่งหากขอสำเร็จแล้วจะต้องนำของหวานต่าง ๆ มาถวาย

หลวงพ่อเกษร วัดท่าพระ

ภาพจาก : www.travel.mthai.com/blog/130863.html
  • ตั้งอยู่แถวฝั่งธน เดินมีชื่อว่าวัดเกาะ ซึ่งที่นี่คนจะให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังขึ้นชื่อในเรื่องของความรัก ความเมตตา และความสุขในชีวิตอีกด้วยค่ะ

พระธาตุศรีสองรัก จังหวัดเลย

ภาพจาก : www.thailandtourismdirectory.go.th/th/info/attraction/detail/itemid/4447
  • ไปกันที่ภาคอีสานกันบ้าง ซึ่งพระธาตุศรีสองรักนี้จะเป็นพระธาตุที่สร้างขึ้นมาด้วยความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องชาวไทยและชาวลาว ซึ่งนอกจากจะเป็นเครื่องหมายของความเป็นมิตรแล้วที่นี่คนยังนิยมไปขอพรเรื่องความรักและมิตรภาพด้วยนะคะ

เจ้าแม่เขาสามมุข จังหวัดชลบุรี

ภาพจาก : www.travel.mthai.com/blog/130863.html
  • สำหรับที่นี่คนก็จะนิยมไปขอพรเรื่องความรักและความสมหวัง ซึ่งวิธีการขอพรก็คือเขียนชื่อคนรักลงบนว่าว จากนั้นจึงนำไปถวายเจ้าแม่สามมุข ซึ่งเปรียบเสมือนการส่งคำขอให้ท่านบันดาลความปรารถนาให้เรานั่นเอง

พระนอน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

ภาพจาก : www.travel.trueid.net/detail/0l8RYGM9BN0
  • สำหรับสาว ๆ คนไหนที่อายุเข้าเลข 3 แล้วกำลังหมดความหวังเรื่องความรักอยู่ ขอแนะนำให้ไปที่นี่เลยค่ะ เพราะที่วัดพระนอนแห่งนี้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการขอพรเรื่องความรักของสาวอายุเลข 3 ขึ้นไป

ทั้งหมดนี้ก็เป็น 7 สถานที่ขอพรเรื่องความรักที่เรานำมาฝากเหล่าคนโสดกัน ที่ไหนดีที่ไหนได้ผลก็อย่าลืมมากระซิบบอกกันด้วยนะ

ข้อมูลจาก : Mthai

อ่านเพิ่มเติม:

9 ที่พักเชียงใหม่ราคาถูก! มีงบ 1,000 บาท ก็ไปนอนได้

เมื่อพูดถึงการไปเที่ยวทางโซนภาคเหนือ ‘เชียงใหม่’ จะต้องเป็นจังหวัดแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึงกันอย่างแน่นอน เพราะที่เชียงใหม่นอกจากจะมีอากาศเย็น ๆ ให้ได้ไปสัมผัสกันแล้ว เชียงใหม่ก็ยังเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ตอบโจทย์การเที่ยวครบทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นป่า เขา น้ำตก แหล่งช้อปปิ้ง สถานบันเทิง รวมไปถึง ‘ที่พัก’ ในเชียงใหม่ก็ยังเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวติดใจได้อีกด้วย

เพราะถึงแม้ว่าเชียงใหม่จะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ที่พักในเชียงใหม่กลับไม่ได้มีราคาสูงอย่างที่คิด ซึ่งรูปแบบที่พักในเชียงใหม่นั้นก็มีให้นักท่องเที่ยวเลือกได้หลายรูปแบบทั้งแบบโรงแรม เกสเฮ้าส์ โฮสเทล ฯลฯ ที่สำคัญแต่ละที่ยังได้ใส่ไอเดียเก๋ ๆ เข้าไปตกแต่งที่พักให้มีความน่านอนมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

แล้ววันนี้เราก็ได้รวบรวม 9 ที่พักเชียงใหม่ดีไซน์สวยมาฝากทุกคนกัน ใครที่มีแพลนไปแอ่วเชียงใหม่ก็กำแค่แบงค์ห้าร้อย 2 ใบ ก็สามารถเข้าไปพักได้แล้วจ้า

 Hostel Lullaby Chiang Mai

  • ราคา : เริ่มต้น 590 บาท/คน/คืน
Hostel Lullaby Chiang Mai ภาพจาก : www.facebook.com/hostellullaby/photos  
  • ที่พักแบบโฮสเทลที่ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศเก่า ๆ เป็นที่พักเล็ก ๆ ที่ให้ความรู้สึกแบบเป็นกันเอง สำหรับที่นี่จะตกแต่งเป็นโทนสีขาวสะอาดตา มีทั้งแบบห้องพักรวมและห้องพักเดี่ยว เหล่าแบ็กแพ็คเกอร์ต้องปลื้มแน่นอน

Baanmek Hostel

  • ราคา : เริ่มต้น 450 บาท/คน/คืน
Baanmek Hostel ภาพจาก : www.facebook.com/baanmekhostel/photos
  • ที่พักสุดชิคย่านนิมมานฯ ซึ่งที่พักแห่งนี้ถูกออกแบบเหมือนเรียวกังสไตล์ญี่ปุ่น ใครที่ไม่อยากไปไกลถึงญี่ปุ่นไปพักที่นี่ก็ให้ความรู้สึกเหมือนบินไปเองเลยค่า

Muan Hostel ม่วนโฮสเทล

  • ราคา : เริ่มต้น 390 บาท/คน/คืน
Muan Hostel ม่วนโฮสเทล ภาพจาก : www.expedia.co.th/Chiang-Mai-Hotels-Muan-Hostel.h16716162.Hotel-Information
  • ที่พักสุดเก๋ที่มีมุมถ่ายรูปเยอะมากกก ซึ่งที่นี่จะมีห้องพักให้เลือกเข้าพักถึง 4 แบบ ที่สำคัญยังใกล้ถนนคนเดินสุดฮิตอย่างประตูท่าแพด้วยค่า

Arch39 Art & Craft Hotel

  • ราคา : เริ่มต้น 320 บาท/คน/คืน
Arch39 Art & Craft Hotel ภาพจาก : www.pantip.com/topic/36019346
  • ที่พักสไตล์สบายตาให้ความรู้สึกแบบเป็นกันเอง สำหรับที่นี่ก็จะมีบริการห้องพักทั้งแบบครอบครัวและห้องพักแบบเตียงนอนรวม

Full Stop Hostel Chiang Mai

  • ราคา : เริ่มต้น 170 บาท/คน/คืน
Full Stop Hostel Chiang Mai ภาพจาก : www.trivago.co.th/%
  • อีกหนึ่งโฮสเทลราคาเบา ๆ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้แบบครบครัน มีให้บริการทั้งแบบห้องครอบครัวและห้องนอนรวม ที่สำคัญโทนสีแต่ละห้องยังสวยเหมาะกับการพักผ่อนและการถ่ายรูปมาก ๆ

โรงแรมเลอ ชาร์โคล

  • ราคา : เริ่มต้น 915 บาท/คืน
โรงแรมเลอ ชาร์โคล ภาพจาก : www.agoda.com/th-th/le-charcoa-hotel/hotel/chiang-mai-th.html?cid=1844104
  • ห้องพักเรียบง่ายสไตล์ตะวันตก ที่นี่เป็นโรงแรมในตัวเมืองแบบ 4 ดาว มีบริการสระว่ายน้ำ อาหารเช้า และ Wi-Fi ฟรีด้วยน้า

Donchan Grand Hotel

  • ราคา : เริ่มต้น 555 บาท/คืน
Donchan Grand Hotel ภาพจาก : www.nonnaidii.com/accommodation-in-chiang-mai/
  • มี Wi-Fi และอาหารเช้าให้บริการฟรี ที่นี่จะเป็นโรงแรม 3 ดาว อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองแต่เหมาะสำหรับคนที่มีรถยนต์ส่วนตัวน้า

บ้านเพื่อน โฮสเทล แอนด์ รูฟท็อปบาร์

  • ราคา : เริ่มต้น 350 บาท/คน/คืน
บ้านเพื่อน โฮสเทล แอนด์ รูฟท็อปบาร์ ภาพจาก : www.agoda.com/th-th/baan-phuen-hostel-rooftop-bar_2/hotel/chiang-mai-th.html?cid=1844104
  • ที่พักสุดชิคตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับ ม.เชียงใหม่ ที่นี่ยังมีบริการรูฟทอปให้นั่งเล่นในตอนกลาง แถมยังมีอาหารเช้าให้บริการแบบฟรี ๆ อีกด้วยจ้า

บีทู ริเวอร์ไซด์ โคโลเนียล โฮเต็ล

  • ราคา : 600 บาท/คืน
บีทู ริเวอร์ไซด์ โคโลเนียล โฮเต็ล ภาพจาก : www.nonnaidii.com/cheap-hotels-in-chiang-mai/
  • โรงแรมสไตล์โคโลเนียลสุดหรูแห่งนี้ตั้งอยู่ในสวนริมน้ำ เป็นโรงแรมแบบ 4 ดาว อยู่ไม่ไกลจากตลาดและร้านอาหารดัง ๆ มี Wi-Fi และอาหารเช้าแบบเป็นชุดไว้ให้บริการ

หน้าหนาวใกล้เข้ามาเต็มทีแล้ว ใครที่วางแพลนจะไปเที่ยวเชียงใหม่แล้วอยากจะลองนอนพักในเมืองแบบเก๋ ๆ ก็เข้าไปจองที่พักกันด่วน ๆ เลยจ้า

ข้อมูลจาก : Paiduaykan

อ่านเพิ่มเติม:

7 คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่น บรรยากาศสุดฟินเหมือนบินไปเอง!

เชื่อได้เลยค่ะว่าไม่ว่าจะเป็นวันหยุดหรือจะเป็นวันที่คิดงานไม่ออก หลายคนจะต้องมีสถานที่ที่ไว้ใช้สำหรับการพักผ่อนทั้งร่างกายและสมองอย่างแน่นอน ซึ่ง ‘คาเฟ่’ จะต้องเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในใจของใครหลาย ๆ คน เพราะที่คาเฟ่นอกจากจะมีอาหารและเครื่องดื่มอร่อย ๆ ให้ได้ลิ้มลองกันแล้ว ในคาเฟ่ต่าง ๆ ก็ยังเต็มไปด้วยบรรยากาศสุดประทับใจอีกด้วย

และวันนี้เจอกับเราแน่นอนเลยว่าจะต้องมีคาเฟ่บรรยากาศเริส ๆ มาฝากกันอีกเช่นเคย โดยวันนี้เราเอาใจสายคาวาอี้ด้วย 7 คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่น รับรองได้เลยว่าใครได้ไปจะต้องฟินเหมือนได้บินไปเจแปนเลยหล่ะค่ะ

Hakata Coffee Bangkok

Hakata Coffee Bangkok ภาพจาก : www.th.tripadvisor.com/
  • ร้านนี้จะขึ้นชื่อเรื่องกาแฟคั่วที่หอมกรุ่นไปทั่วทั้งร้าน ซึ่งที่ร้านนี้จะมีเมล็ดกาแฟหลากหลานสายพันธุ์ ทั้งจากประเทศญี่ปุ่นและจากทั่วโลก ใครอยากจิบกาแฟด้วยบรรยากาศญี่ปุ่นแท้ขอแนะนำเลยค่า

Homme Asakichi 1868

Homme Asakichi 1868 ภาพจาก : www.bkkmenu.com/eat/stories/japanese-cafes.html
  • เอาใจคนรักชาเขียว ซึ่งที่นี่จะเต็มไปด้วยชาเขียวคุณภาพดีที่นำเข้ามาจากจังหวัดชิซุโอกะ แหล่งผลิตชาญี่ปุ่นอันดับ 1 ของประเทศ ใครสายชาเขียวต้องไปลองแล้วค่า

Homu

Homu ภาพจาก : www.twitter.com/doublechind/status/1133041693219942400
  • คาเฟ่ย่านเจริญกรุงที่ได้มีการนำตึกเก่ามารีโนเวทใหม่ เป็นคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นวินเทจ โดยในร้านก็ให้ความอบอุ่นสมกับชื่อร้าน Homu ที่แปลว่าบ้านเลยหล่ะค่ะ

Tokyo Sweets

Tokyo Sweets ภาพจาก : www.jelly.in.th/articles/Tokyo-sweets-cafe
  • คาเฟ่สีขาวสุดอบอุ่น ที่ถูกตกแต่งด้วยต้นไม้เล็ก ๆ แห่งนี้ตั้งอยู่ที่โซนสามย่าน สำหรับเมนูขึ้นชื่อของที่นี่ก็เป็นไดฟูกุแป้งบางห่อด้วยสตรอเบอร์รีลูกโต ๆ ถ้าได้กินต้องฟินลืมเลยค่ะ  

Hatta Zakka & Home Café

Hatta Zakka & Home Café ภาพจาก : www.forfur.com
  • คาเฟ่มินิมอลสไตล์ญี่ปุ่น จะเน้นโทนขาวและไม้เพื่อสร้างความอบอุ่นระหว่างนั่งชิล นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูเด็ดของทางร้านให้ได้ลองฟินกันอีกเพียบ

Kafae Thuktaew

Kafae Thuktaew ภาพจาก : www.chillchilljapan.com/10-japanese-cafe-in-bkk/
  • ญี่ปุ่นอยูแค่เอื้อม! สำหรับร้านนี้จะตั้งอยู่แถวพัฒนาการ ร้านที่ทำให้ทุกคนได้สัมผัสถึงความเป็นญี่ปุ่นตั้งแต่ร้าน ส่วนบรรยากาศในร้านก็จะมีพร็อบถ่ายรูปเสริมความเป็นญี่ปุ่นอีกเพียบ!

Tealily Cafe Ekkamai

Tealily Cafe Ekkamai ภาพจาก : www.ananda.co.th/blog/thegenc/tealily-cafe/
  • อีกหนึ่งร้านเอาใจคนรักชาเขียว ที่นี่จะเต็มไปด้วยเมนูจากชาเขียวทั้งเครื่องดื่มร้อนเย็น ไอศกรีม มัทฉะบราวนี และอื่น ๆ ที่สำคัญชาเขียวของที่นี่ยังส่งตรงมาจากประเทศญี่ปุ่นอีกด้วยนะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ 7 คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นสุดคาวาอี้ที่เรานำมาฝาก น่ารักถูกใจสายคิ้วท์กันไหมคะ และถึงแม้ในช่วงนี้เราจะไม่สามารถเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นได้จริง ๆ งั้นก็ลองไปซ้อมฟินกันที่คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นกันก่อนก็ได้น้า

ข้อมูลจาก : Chill Chill Japan

อ่านเพิ่มเติม:

เช็คอิน! 9 น้ำตกใกล้กรุงเทพ ไปเช้าเย็นกลับแบบชิล ๆ

‘น้ำตก’ อีกหนึ่งสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสุดโปรดของใครหลาย ๆ คน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นช่วงเทศกาลสำคัญหรือในวันที่คิดไม่ออกว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี น้ำตกก็มักจะมาเป็นตัวเลือกแรก ๆ อยู่เสมอ ที่สำคัญน้ำตกยังเป็นที่เที่ยวที่มีให้เห็นทุกภาค ซึ่งแต่ละที่ก็จะมีความสวยงามแบบธรรมชาติสร้างสรรค์ที่แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งหนึ่งที่น้ำตกมีเหมือนกันนั่นก็คือ ‘ความชุ่มฉ่ำ’

แล้ววันนี้เราก็รวบรวม 9 น้ำตกยอดฮิตมาฝากเหล่านักเดินทางกัน ที่สำคัญน้ำตกที่เรานำมาฝากยังอยู่ใกล้ ๆ กรุงเทพฯ อีกด้วย จะมีที่ไหนสวยโดนใจสายเที่ยวกันบ้างไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

น้ำตกเหวสุวัต เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา

น้ำตกเหวสุวัต เขาใหญ่ ภาพจาก : www.twitter.com/onesplus
  • น้ำตกเหวสุวัตนี้จะตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีลักษณะเป็นสายน้ำตกลงมาจากหน้าสูงราว ๆ 20 เมตร ส่วนบริเวณด้านล่างก็จะเป็นแอ่งน้ำที่สามารถลงไปนอนแช่สัมผัสกับความเย็นได้ นอกจากนี้ยังสามารถขึ้นไปชมวิวบนหน้าผาได้อีกด้วยนะคะ

น้ำตกวังตะไคร้ จ.นครนายก

น้ำตกวังตะไคร้ ภาพจาก : www.travel.kapook.com/view212673.html
  • ที่นี่นอกจากจะได้เล่นบริเวณแก่งหินในลำธารแล้ว ยังมีกิจกรรมสนุก ๆ อย่างล่องแพห่วงยางให้ได้เล่นอีกด้วยค่ะ

น้ำตกเจ็ดสาวน้อย จ.สระบุรี

น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ภาพจาก : www.sites.google.com/site/natkswyngam1234/natk-ced-saw-nxy
  • ตั้งอยู่กลางป่าโปร่งมีน้ำตกชั้นเตี้ย ๆ จำนวน 7 ชั้น และสายน้ำจะไหลลงมาที่ชั้นกว้าง ๆ คล้ายกับแอ่งที่มีน้ำตื้น ๆ จะลงเล่นน้ำหรือจะนั่งกินบรรยากาศก็ชิลได้เหมือนกันค่ะ

น้ำตกไทรโยคใหญ่ จ.กาญจนบุรี

น้ำตกไทรโยคใหญ่ ภาพจาก : www.woodychannel.com/sai-yok-yai-waterfall.html
  • ที่นี่จะมีน้ำตกเย็น ๆ ให้ได้เล่น นอกจากนี้ก็ยังมีบริการเช่าเต็นท์ บ้านพัก และร้านอาหารให้บริการอีกเพียบ หรือหากใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปทัวร์ล่องเรือแม่น้ำแควน้อยก็ได้เหมือนกันน้า

น้ำตกวังก้านเหลือง จ.ลพบุรี

น้ำตกวังก้านเหลือง ภาพจาก : www.thai.tourismthailand.org/Attraction/
  • ต้นน้ำของน้ำตกนี้จะเป็นตาน้ำขนาดใหญ่ที่ผุดขึ้นจากใต้ดิน และไหลคดเคี้ยวจนรวมกันในอ่างเก็บน้ำ ซึ่งที่นี่จะมีน้ำไหลตลอดทั้งปี ทั้งยังมีบรรยากาศสวย ๆ จากหินงอกหินย้อยให้ได้ชมอีกด้วยค่ะ

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จ.กาญจนบุรี

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ภาพจาก : www.mgronline.com/travel/detail/963000008091
  • หนึ่งในน้ำตกที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย ที่สำคัญที่นี่ยังเต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ที่แสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของธรรมชาติ

น้ำตกชันตาเถร จ.ชลบุรี

น้ำตกชันตาเถร ภาพจาก : www.travel.kapook.com/view212673.html
  • ชลบุรีไม่ได้มีดีแค่ทะเล แต่น้ำตกของที่นี่ก็สวยงามไม่แพ้กันค่ะ ซึ่งน้ำตกแห่งนี้จะมีทั้งหมด 6 ชั้น และเส้นทางเดินก็จะมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้อยู่ ปลอดภัยหายห่วงแน่นอน

น้ำตกผาหยด จ.เพชรบุรี

น้ำตกผาหยด ภาพจาก : www.amazingthaitour.com/
  • ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่นี่จะมีความสวยตรงน้ำที่ตกลงมามีลักษณะเป็นสายคล้ายฉัตร ใครได้ไปจะต้องติดใจแน่นอนค่ะ

น้ำตกเอราวัณ จ.กาญจนบุรี

น้ำตกเอราวัณ ภาพจาก : http://mypopchutinun.blogspot.com/2018/02/blog-post.html
  • มีน้ำตกทั้งหมด 7 ชั้น แต่ละชั้นก็จะมีความสวยงามแตกต่างกันออกไป นอกจากนี้ก็ยังเส้นทางสำหรับการศึกษาธรรมชาติอีกด้วยค่ะ

ทั้งหมดนี้ก็เป็น 9 น้ำตกยอดฮิตที่อยู่ใกล้ ๆ กรุงเทพฯ ทั้งสวยแถมยังเดินทางได้สะดวกแบบนี้ต้องห้ามพลาดแล้วนะคะ แต่ที่สำคัญการไปเที่ยวน้ำตกก็ควรเช็คสภาพอากาศให้ดี ๆ ทั้งนี้ก็เพื่อความสวยงามของน้ำตก รวมไปถึงความปลอดภัยขณะเล่นด้วยน้า

ข้อมูลจาก : Travel MThai

อ่านเพิ่มเติม:

ปักหมุด! 8 จุดกางเต็นท์ยอดนิยม รับลมหนาว ดูดาวแบบฟิน ๆ

การได้ไปสัมผัสอากาศหนาวถือเป็นอีกหนึ่งความฟินขั้นสุดยอดของใครหลาย ๆ คนเลยก็ว่าได้ และที่สำคัญตอนนี้กิจกรรมสุดฮิตอย่าง ‘การกางเต็นท์’  ก็ถือได้ว่ากำลังมาแรงสุด ๆ เพราะนอกจากพวกคุณจะได้ไปนอนรับลมหนาวแบบไม่ต้องใช้แอร์แล้ว ยังจะได้นอนดูดาวที่พรั่งพราวอยู่เต็มท้องฟ้าอีกด้วย

และสำหรับใครที่ชอบการไปนอนเต็นท์หรือกำลังเป็นนักแคมป์ปิ้งมือใหม่อยู่ วันนี้เราก็ได้รวบรวม 8 จุดกางเต็นท์สุดฮิตที่จะทำให้เหล่าคนรักธรรมชาติฟินไปตาม ๆ กัน หากใครพร้อมแล้วก็เตรียมกาย เตรียมใจ พร้อมแพ็กกระเป๋าไปส่องความฟินพร้อมกันเลยค่ะ

ปางอุ๋ง จ.แม่ฮ่องสอน

ภาพจาก : www.th.readme.me/p/14149
  • หากใครต้องการบรรยากาศโรแมนติก ๆ ก็ขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ เพราะนอกจากจะได้ตั้งแคมป์กันในป่าสนแล้ว ในช่วงเช้ายังจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศไอหมอกลอยเหนือผิวน้ำอีกด้วย สำหรับที่นี่ก็จะมีบริการให้เช้าอุปรกรณ์แคมป์ปิ้งในราคาเริ่มต้น 400 บาท แต่หากนำมาเองก็คิดค่าสถานที่เพียงแค่ 30 บาทเท่านั้น

ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่

ภาพจาก : www.travel.trueid.net/detail/6QABlqwN70Wo
  • สำหรับที่นี่จะมีสถานที่กางเต็นท์ไว้ให้บริการอยู่แถวโซนดงสน ซึ่งสามารถรองรับนักท่อวเที่ยวได้ประมาณ 300 – 400 คน นอกจากนี้ก็ยังมีตรงแถวโซนผาตั้งและโซนห้วยทรายเหลืองอีกด้วยค่า

ดอยหลวงเชียงดาว จ.เชียงใหม่

ภาพจาก : www.hellowinter.xn--60-qqiho9gn1etczag5gd0g7etg.com/
  • ที่ดอยหลวงเชียงดาวก็จะมีที่พักให้ได้เลือกมากมาย และที่พักแต่ที่ก็จะมีโซนเต็นท์ไว้รองรับนักท่องเที่ยวแบบไม่ต้องพกไปเองอีกด้วย สำหรับไฮไลท์สำคัญก็ตามชื่อเลยค่ะนั่นก็คือ ‘ดาว’ ดาวของที่นี่สวยมากจริง ๆ ค่ะทุกคน ใครที่ชอบทั้งอากาศหนาวบวกดาวสวย ๆ ขอแนะนำเลยค่ะ

ดอยเสมอดาว จ.น่าน

ภาพจาก : www.blog.traveloka.com/th/local-attraction/places-tent-camping/
  • จะไปนอนดูดาวเห็นทีจะพลาดดอยเสมอดาวไม่ได้ ที่นี่จะเป็นลักษณะพื้นแบบกว้างตามสันเขาซึ่งเหมาะมากสำหรับการนอนกางเต็นท์ นอกจากนี้ในตอนเช้าคุณยังจะได้ฟินกับทะเลหมอกในยามเช้าอีกด้วยนะคะ

จุดชมวิวเสม็ดนางชี จ.พังงา

ภาพจาก : www.thayu.go.th/travel/detail/192
  • ล่องใต้ไปกันที่แถบอันดามันกันบ้าง สำหรับที่นี่ก็มีวิวสวย ๆ ให้ได้ชมไม่แพ้ภาคเหนือเลยค่ะ ที่สำคัญในระหว่างวันยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ให้ทำมากมายทั้งการล่องเรือ เที่ยว ดูวิถีชาวประมง ใครที่อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศไปนอนกางเต็นท์แถวทะเลขอแนะนำที่แห่งนี้เลยจ้า

ภูกระดึง จ.เลย

ภาพจาก : www.sites.google.com/site/kritsanaposungnuen/sthan-thi-thi-snci/phukradung
  • หลายคนคงคุ้นหูกับคำว่า ‘พิชิตภูกระดึง’ อย่างแน่นอน ซึ่งที่นี่ก็ต้องอาศัยความฟิตในการเดินเท้าขึ้นไปสักหน่อย แต่ถ้าหากเริ่มเดินตั้งแต่เช้าก็จะได้เจอกับธรรมชาติรอบทางที่หลากหลายพร้อมอากาศเย็นสบายรับรองว่าหายเหนื่อยแน่ ๆ

ผาเก็บตะวัน อุทยานแห่งชาติทับลาน  จ.นครราชสีมา

ภาพจาก : www.blog.traveloka.com/th/local-attraction/places-tent-camping/
  • พื้นที่โอโซนบริสุทธิ์ที่ติดอันดับโลก สำหรับที่นี่ทุกคนจะได้เห็นความสวยงามของขันเขาน้อยใหญ่ที่วางสลับกันพร้อมกับป่าสีเขียวขจีที่สำคัญยังอยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพฯ แถมยังเดินทางง่ายอีกด้วยนะคะ

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน  จ.เพชรบุรี

ภาพจาก : www.travel.mthai.com/blog/84593.html
  • อีกหนึ่งที่ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ที่นี่จะเป็นอุทยานที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์มีลานกางเต็นท์ให้เลือกมากถึง 3 ที่ ได้แก่ ลานกางเต็นท์ริมอ่างเก็บน้ำ ลานพะเนินทุ่งที่จะได้สัมผัสกับทะเลหมอกยามเช้า และลานกางเต็นท์บรรยากาศชายป่า ใครอยากสัมผัสให้ครบก็ต้องสลับวันไปกางเต็นท์เลยค่ะ

และไม่ว่าจะไปกับใครหรือจะไปคนเดียวก็รับรองได้เลยว่าทุกคนจะต้องประทับใจกับการออกไปสัมผัสกับธรรมชาติในครั้งนี้อย่างแน่นอน แต่ที่สำคัญก็ควรเช็คสภาพอากาศและเตรียมอุปกรณ์สำคัญไปให้พร้อมเพื่อให้การเที่ยวครั้งนี้ไม่มีสะดุดนะคะ

ข้อมูลจาก : ชิลไปไหน

อ่านเพิ่มเติม:

10 ที่เที่ยวอุดรธานี ถ้าไม่ไปถือว่าพลาด!

การได้ออกไปเที่ยวหรือการได้เดินทางไปที่ใหม่ ๆ ถือเป็นกิจกรรมโปรดของใครหลายคนอย่างแน่นอน และวันนี้เราจะพาทุกคนไปท่องเที่ยวที่แดนอีสานอย่างจังหวัด ‘อุดรธานี’ จังหวัดที่เต็มไปด้วยจารีต ประเพณี วัฒนธรรม รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม จะมีที่ไหนรอให้คุณได้ไปสัมผัสอยู่ตามไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

ทะเลบัวแดง

ภาพจาก : www.hellowinter.xn--60-qqiho9gn1etczag5gd0g7etg.com/%
  • ไปอุดรทั้งทีไม่แวะทะเลบัวแดงก็เหมือนมาไม่ถึง ซึ่งที่นี่ในอยู่ในบึงน้ำจืดบึงหนองหาน เป็นแหล่งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มีทั้งปลา นก และพืชน้ำต่าง ๆ โดยในช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ของทุกปีนักท่องเที่ยวจะได้เห็นดอกบัวแดงบานเต็มน้ำสมกับชื่อทะเลบัวแดงจริง ๆ ค่ะ

วัดป่าภูก้อน

ภาพจาก : www.pantip.com/topic/37576393
  • สำหรับวัดแห่งนี้จะอยู่ที่อำเภอนายูง สำหรับที่วัดแห่งนี้จะมีพระวิหารลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์สมัยรัตนโกสินทร์ ภายในมีการตกแต่งอย่างสวยงามตระการตา และภายในวัดยังมีพระบรมสารีริกธาตุให้ชาวไทยเชื้อสายพุทธได้เข้าไปกราบไว้อีกด้วยค่ะ

อุโบสถดอกบัวกลางน้ำ  วัดสันติวนาราม

ภาพจาก : www.thailandtourismdirectory.go.th/th/info/attraction/detail/itemid/21177
  • สำหรับที่นี่จะอยู่ใกล้กับแหล่งมรดกโลกชุมชนบ้านเชียง เป็นพระอุโบสถทรงดอกบัวสีขาวหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ตั้งเด่นสง่าอยู่กลางน้ำ สำหรับภายในก็จะเต็มไปด้วยภาพวาดฝาผนังที่บอกเล่าเรื่องราวของพุทธประวัติ และยังมีองค์พระประธานสีขาวโดนเด่นอยู่ภายในอุโบสถอีกด้วย

คำชะโนด

ภาพจาก : www.mgronline.com/travel/detail/9630000054832
  • หรือวังนาคินทร์คำชะโนด ซึ่งเป็นสถานที่ที่จะมีลักษณะเป็นเกาะลอยน้ำที่เต็มไปด้วยต้นชะโนด นอกจากนี้ที่คำชะโนดยังมีปรากฏในตำนานอีกว่ามีพญานาคปู่ศรีสุทโธ ย่าศรีประทุมมา และสิ่งลี้ลับต่าง ๆ รวมไปถึงพญานาคคอยปกปักษ์รักษาไม่ให้ที่แห่งนี้จมน้ำนั่นเองค่ะ

ชุมชนบ้านเชียง

ภาพจาก : www.travel.mthai.com/region/northeast/144222.html
  • ชุมชมเก่าแก่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘แหล่งมรดกโลก’ ที่นี่จะมีสินค้า OTOP จำหน่ายมากมาย และที่ไม่ควรพลาดนั่นก็คือเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงที่มีเอกลักษณ์และลวดลายที่สวยงามโดดเด่น นอกจากนี้ก็ยังมีสินค้าอื่น ๆ ทั้งผ้าทอลายพื้นเมือง รวมไปถึงเสื้อผ้า และเครื่องประดับอีกมากมาย

อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท

ภาพจาก : www.blog.traveloka.com/th/local-attraction/udonthani-wonderful-trip/
  • สำหรับที่นี่จะเป็นอุทยานที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ มีโครงสร้างส่วนใหญ่เป็นหินทรายที่ถูกกัดกร่อนจากธรรมชาติ เป็นเพิงหินที่มีลักษณะที่แปลกตา นอกจากนี้ก็ยังมีรอยพระบาทสลักลึกลงในพื้นดินประมาณ 25 เซนติเมตรอีกด้วย

บ้านห้วยสำราญ

ภาพจาก : www.blog.traveloka.com/th/local-attraction/udonthani-wonderful-trip/
  • หมู่บ้านแห่งดอกไม้ประดับไม่ว่าจะเป็นดาวเรือง หงอนไก่ สร้อยทอง เบญจมาศ ฯลฯ ที่อยู่บนเนื้อที่กว่า 65 ไร่ ใครอยากได้มุมถ่ายรูปสวย ๆ ขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ

พิพิธภัณฑ์เมือง

ภาพจาก : www.i-san.tourismthailand.org/4928/
  • โดยภายในพิพิธภัณฑ์เมืองก็ได้มีการบอกเล่าเรื่องราวของแผ่นดินอีสาน ซึ่งอาคารจะถูกออกแบบเป็นโคโลเนียลสีเหลืองสดใส เป็นอาคารหลังเก่าที่เพิ่งได้รับการปรับปรุงใหม่เมื่อปี พ.ศ.2557 โดยการปรับปรุงในครั้งนี้ได้นำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาผสมผสาน จนทำให้ที่นี่มีความน่าสนใจและร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น

ภูฝอยลม

ภาพจาก : www.travel.mthai.com/region/northeast/80242.html
  • ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปรับลมหนาวที่ภาคอีสานก็ขอแนะนำที่ภูฝอยลมแห่งนี้เลยค่ะ ที่สำคัญไม่ได้มีดีแค่ลมหนาวเท่านั้นแต่กลางคืนยังได้นอนดูดาวฟิน ๆ กันอีกด้วย

Option 0 Coffee Bar

ภาพจาก : www.twitter.com/reviewud/status/1122754895533076480
  • เที่ยวจนเหนื่อยก็มาปิดท้ายกันที่คาเฟ่ใจกลางเมืองอุดร Option 0 Coffee Bar คาเฟ่สไตล์มินิมอล สีขาว ที่นอกจากเครื่องดื่มจะเด็ดดวงแล้วยังมีมุมถ่ายรูปให้เหล่าสายชิคได้ไปถ่ายรูปอัปลงไอจีอีกเพียบ!

อุดรธานีถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ครบเครื่องเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวจริง ๆ ค่ะ ใครได้มีโอกาสไปเที่ยวแถวโซนภาคอีสาน ก็อย่าลืมแวะ 10 สถานที่ท่องเที่ยวอุดรที่เรานำมาฝาก รับรองได้เลยว่าหากใครได้ไปแล้วจะต้องหลงรักที่นี่อย่างแน่นอน

ข้อมูลจาก : Paiduaykan

อ่านเพิ่มเติม:

8 ที่เที่ยวบึงกาฬ 2563 เมืองเล็ก ๆ ที่น่าไปเยือน

‘บึงกาฬ’ อีกหนึ่งจังหวัดทางภาคอีสาน และถึงแม้ว่าจังหวัดบึงกาฬแห่งนี้จะเป็นจังหวัดที่เพิ่งมีการแยกตัวออกจากจังหวัดหนองคาย เมื่อปี 2554 แต่ที่นี่ก็เป็นเมืองรองที่มีทั้งอาหารการกิน สถานที่ท่องเที่ยว และวัฒนธรรมที่สวยงามไม่แพ้ที่อื่น ๆ เลยค่ะ

และที่สำคัญที่นี่ยังมีทั้งภูเขา น้ำตก และวิถีชีวิตของคนริมฝั่งโขงที่รอให้ทุกคนได้ไปสัมผัส จะมีที่ไหนในบึงกาฬที่น่าไปเที่ยวสักครั้งในชีวิตบ้าง วันนี้เราก็ได้รวบรวม 8 สถานที่เที่ยวในบึงกาฬมาฝากเหล่านักเดินทางกันอีกเช่นเคยค่ะ

ภูทอก

ภาพจาก : www.pantip.com/topic/37920065
  • เริ่มกันที่สถานที่ท่องเที่ยวสุด unseen อย่างภูทอกเลยค่ะ สำหรับที่ภูทอกแห่งนี้จะเป็นสถานที่ตั้งของวัดเจติยาศรีวิหาร (วัดภูทอก) ซึ่งไฮไลท์สำคัญของที่นี่จะอยู่ที่สะพานไม้และบันไดไม้ที่ใช้เพียงแรงงานคนเท่านั้น โดยตรงนี้ทุกคนสามารถขึ้นไปชมทัศนียภาพรอบ ๆ ภูทอกแบบ 360 องศาได้เลยค่ะ สำหรับที่นี่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปชมความงามในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี

น้ำตกถ้ำพระ

ภาพจาก : www.sanook.com/travel/1410449/
  • สำหรับน้ำตกถ้ำพระจะตั้งอยู่ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว โดยน้ำตกจะแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือช่วงที่มีน้ำลึกพอสมควร ช่วงน้ำตกตื้น และช่วงที่เห็นน้ำกว้างสีขาวลอยน้ำ ซึ่งช่วงสุดท้ายจะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวนิยมเล่นกัน ใครอยากสัมผัสน้ำเย็น ๆ ต้องไปที่นี่เลยค่ะ

หินสามวาฬ

ภาพจาก : www.travel.trueid.net/detail/7Mkbxrrndd2Z
  • มีลักษณะเป็นหินขนาดใหญ่ติดกับหน้าผาสูง โดยจะแยกตัวออกเป็น 3 ก้อน ที่มีความคล้ายคลึงกับครอบครัววาฬ ที่จะมีทั้งพ่อวาฬ แม่วาฬ และลูกวาฬตั้งเรียงกัน ที่มีอายุราว ๆ 75 ล้านปี ที่สำคัญที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวสำคัญที่สามารถมองเห็นได้ทั้งทัศนียภาพในบึงกาฬ รวมไปถึงภูเขาเมืองปากกระดิงประเทศลาวอีกด้วย

หาดทรายขาวริมโขง

ภาพจาก : www.thai.tourismthailand.org/Attraction/%
  • สำหรับที่นี่จะเป็นหาดทรายขาวที่อยู่แถวริมแม่น้ำโขง เป็นทรายที่เกิดจากการพัดพาของตะกอนทรายในช่วงน้ำหลาก ที่สำคัญที่แห่งนี้จะมีให้เห็นแค่ช่วงหน้าหนาวถึงหน้าร้อนเท่านั้นค่ะ

แก่งอาฮง

ภาพจาก : www.tatcontactcenter.com/th/%
  • แก่งอาฮง หรือ ‘สะดือแม่น้ำโขง’ ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกที่สุด โดยสถานที่แห่งนี้ก็ยังเป็นสถานที่เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอย่าง ‘บั้งไฟพญานาค’ ในช่วงประเพณีออกพรรษา ใครที่มีโอกาสแวะไปบึงกาฬในช่วงออกพรรษาก็อย่าลืมแวะไปชมความมหัศจรรย์นี้กันนะคะ

พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต

ภาพจาก : www.travel.mthai.com/region/190924.html
  • สำหรับที่นี่จะเป็นสตรีทอาร์ตที่อยู่ในหมู่บ้านขี้เหล็กใหญ่ ที่ได้นำความเชื่อและความศรัทธาที่มีต่อพญานาค มาผสานกับอาชีพเกษตรกรรมและความชอบของแต่ละครอบครัว ใครที่ได้ไปที่นี่ก็จะได้สัมผัสทั้งวิถีชีวิตและกลิ่นอายของคนในชุมชนแบบดั้งเดิมและศิลปะร่วมสมัยต่าง ๆ ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

อุทยานแห่งชาติภูลังกา

ภาพจาก : www.gangtravel.com/13642
  • พื้นที่แห่งนี้จะคลอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดนครพนมและบึงกาฬ มีเส้นทางธรรมชาติให้ได้เที่ยวหลากหลายทั้งถ้ำยา น้ำตกกินรี และอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีเดินทางพิชิตยอดภูลังกาเพื่อชมความสวยงามของพระอาทิตย์ ส่วนช่วงฤดูที่เหมาะสำหรับการเที่ยวจะอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม – ตุลาคม

วัดโพธาราม

ภาพจาก : www.watphotharam-buengkan.com/

จะอยู่ห่างจากตัวเมืองบึงกาฬไปประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นวัดที่มีมีการประดิษฐานหลงพ่อประใหญ่ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่มีคนในบึงกาฬและเพื่อนบ้านอย่างประเทศลาวให้ความเคารพนับถือ

ทั้งหมดนี้ก็เป็น 8 สถานที่ท่องเที่ยวบึงกาฬที่เรานำมาฝากทุกคน หากใครมีแพลนไปเที่ยวอีสานแล้วก็อย่าลืมแวะไปสัมผัสความฟินและความสวยงามนี้กันที่ ‘บึงกาฬ’ เมืองรองที่ไม่เป็นรองใคร

ข้อมูลจาก : Paiduaykan

อ่านเพิ่มเติม: