7 สถานที่ขอพรความรัก สละโสดได้แบบไม่มีนก!

ปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ใครมีคนให้นอนซบนอนกอดคงจะอบอุ่นหัวใจน่าดู แล้วคนโสดหล่ะ ? โถ่! ชีวิตสาวโสดหนุ่มโสดช่างน่าสงสาร หน้าหนาวทั้งทีนอกจากหมอนข้างน้องหมาน้องแมวก็ไม่มีใครให้นอนกอดแล้ว

แต่ไม่ต้องห่วงไป เพราะวันนี้เรามาเอาใจสาวโสดหนุ่มโสดด้วย 7 สถานที่ที่คนนิยมไปขอพรเรื่องความรัก และเสียงส่วนใหญ่ก็การันตีว่าได้ผลจริง! หากใครที่นั่งอยู่บนคานจนเหงา  แล้วพร้อมจะสละโสดไปด้วยกันก็ตามไปดู 7 สถานที่ขอพรความรักพร้อมกันเลยจ้า

พระแม่อุมาเทวี วัดแขก สีลม

ภาพจาก : www.travel.trueid.net/detail/0l8RYGM9BN0
  • ซึ่งตามความเชื่อนั้น ‘พระแม่อมาเทวี’ เป็นพระชายาของพระศิวะ ซึ่งเป็นเทพที่มีความศรัทธาและมั่นคงในเรื่องของความรักที่มีให้กัน เพราฉะนั้นใครที่อยากขอให้ความรักมั่นคงและเจอคู่แท้ก็ต้องมาขอพรที่วัดแห่งนี้เลยค่ะ

ศาลย่านาค พระขโนง วัดมหาบุศย์

ภาพจาก : www.travel.trueid.net/detail/pE17dy9yx47V
  • หากพูดถึงตำนานความรักที่บริสุทธิ์และมั่นคง คงไม่มีใครไม่รู้จักแม่นาค พระโขนงอย่างแน่นอน ซึ่งตำนานนี้ยังได้ถ่ายทอดในรูปแบบของหนัและละครให้ได้ชมกันอีกด้วย และด้วยความรักความซื่อสัตย์ของแม่นาคจึงทำให้สถานที่แห่งนี้คือหนึ่งในที่ขอพรเรื่องความรักที่มาพร้อมความซื่อสัตย์นั่นเองค่ะ

ศาลพระตรีมูรติ (ลาน Central World)

ภาพจาก : www.tnews.co.th/variety/
  • สถานที่ขอพรเรื่องความรักกลางเมืองกรุง ซึ่งศาลพระตรีมูรตินี้จะตั้งอยู่ที่แยกราชประสงค์บริเวณหน้าศูนย์การค้า Central World โดยทุกคนสามารถมาขอพรด้วยทุกวัน แต่ฤกษ์งามยามดีของที่นี่จะอยู่ในวันพฤหัสบดีเวลา 9.30 น. และ 21.30 น. ซึ่งหากขอสำเร็จแล้วจะต้องนำของหวานต่าง ๆ มาถวาย

หลวงพ่อเกษร วัดท่าพระ

ภาพจาก : www.travel.mthai.com/blog/130863.html
  • ตั้งอยู่แถวฝั่งธน เดินมีชื่อว่าวัดเกาะ ซึ่งที่นี่คนจะให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังขึ้นชื่อในเรื่องของความรัก ความเมตตา และความสุขในชีวิตอีกด้วยค่ะ

พระธาตุศรีสองรัก จังหวัดเลย

ภาพจาก : www.thailandtourismdirectory.go.th/th/info/attraction/detail/itemid/4447
  • ไปกันที่ภาคอีสานกันบ้าง ซึ่งพระธาตุศรีสองรักนี้จะเป็นพระธาตุที่สร้างขึ้นมาด้วยความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องชาวไทยและชาวลาว ซึ่งนอกจากจะเป็นเครื่องหมายของความเป็นมิตรแล้วที่นี่คนยังนิยมไปขอพรเรื่องความรักและมิตรภาพด้วยนะคะ

เจ้าแม่เขาสามมุข จังหวัดชลบุรี

ภาพจาก : www.travel.mthai.com/blog/130863.html
  • สำหรับที่นี่คนก็จะนิยมไปขอพรเรื่องความรักและความสมหวัง ซึ่งวิธีการขอพรก็คือเขียนชื่อคนรักลงบนว่าว จากนั้นจึงนำไปถวายเจ้าแม่สามมุข ซึ่งเปรียบเสมือนการส่งคำขอให้ท่านบันดาลความปรารถนาให้เรานั่นเอง

พระนอน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

ภาพจาก : www.travel.trueid.net/detail/0l8RYGM9BN0
  • สำหรับสาว ๆ คนไหนที่อายุเข้าเลข 3 แล้วกำลังหมดความหวังเรื่องความรักอยู่ ขอแนะนำให้ไปที่นี่เลยค่ะ เพราะที่วัดพระนอนแห่งนี้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการขอพรเรื่องความรักของสาวอายุเลข 3 ขึ้นไป

ทั้งหมดนี้ก็เป็น 7 สถานที่ขอพรเรื่องความรักที่เรานำมาฝากเหล่าคนโสดกัน ที่ไหนดีที่ไหนได้ผลก็อย่าลืมมากระซิบบอกกันด้วยนะ

อ่านเพิ่มเติม:

เช็คอิน! 9 น้ำตกใกล้กรุงเทพ ไปเช้าเย็นกลับแบบชิล ๆ

‘น้ำตก’ อีกหนึ่งสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสุดโปรดของใครหลาย ๆ คน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นช่วงเทศกาลสำคัญหรือในวันที่คิดไม่ออกว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี น้ำตกก็มักจะมาเป็นตัวเลือกแรก ๆ อยู่เสมอ ที่สำคัญน้ำตกยังเป็นที่เที่ยวที่มีให้เห็นทุกภาค ซึ่งแต่ละที่ก็จะมีความสวยงามแบบธรรมชาติสร้างสรรค์ที่แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งหนึ่งที่น้ำตกมีเหมือนกันนั่นก็คือ ‘ความชุ่มฉ่ำ’

แล้ววันนี้เราก็รวบรวม 9 น้ำตกยอดฮิตมาฝากเหล่านักเดินทางกัน ที่สำคัญน้ำตกที่เรานำมาฝากยังอยู่ใกล้ ๆ กรุงเทพฯ อีกด้วย จะมีที่ไหนสวยโดนใจสายเที่ยวกันบ้างไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

น้ำตกเหวสุวัต เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา

น้ำตกเหวสุวัต เขาใหญ่ ภาพจาก : www.twitter.com/onesplus
  • น้ำตกเหวสุวัตนี้จะตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีลักษณะเป็นสายน้ำตกลงมาจากหน้าสูงราว ๆ 20 เมตร ส่วนบริเวณด้านล่างก็จะเป็นแอ่งน้ำที่สามารถลงไปนอนแช่สัมผัสกับความเย็นได้ นอกจากนี้ยังสามารถขึ้นไปชมวิวบนหน้าผาได้อีกด้วยนะคะ

น้ำตกวังตะไคร้ จ.นครนายก

น้ำตกวังตะไคร้ ภาพจาก : www.travel.kapook.com/view212673.html
  • ที่นี่นอกจากจะได้เล่นบริเวณแก่งหินในลำธารแล้ว ยังมีกิจกรรมสนุก ๆ อย่างล่องแพห่วงยางให้ได้เล่นอีกด้วยค่ะ

น้ำตกเจ็ดสาวน้อย จ.สระบุรี

น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ภาพจาก : www.sites.google.com/site/natkswyngam1234/natk-ced-saw-nxy
  • ตั้งอยู่กลางป่าโปร่งมีน้ำตกชั้นเตี้ย ๆ จำนวน 7 ชั้น และสายน้ำจะไหลลงมาที่ชั้นกว้าง ๆ คล้ายกับแอ่งที่มีน้ำตื้น ๆ จะลงเล่นน้ำหรือจะนั่งกินบรรยากาศก็ชิลได้เหมือนกันค่ะ

น้ำตกไทรโยคใหญ่ จ.กาญจนบุรี

น้ำตกไทรโยคใหญ่ ภาพจาก : www.woodychannel.com/sai-yok-yai-waterfall.html
  • ที่นี่จะมีน้ำตกเย็น ๆ ให้ได้เล่น นอกจากนี้ก็ยังมีบริการเช่าเต็นท์ บ้านพัก และร้านอาหารให้บริการอีกเพียบ หรือหากใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปทัวร์ล่องเรือแม่น้ำแควน้อยก็ได้เหมือนกันน้า

น้ำตกวังก้านเหลือง จ.ลพบุรี

น้ำตกวังก้านเหลือง ภาพจาก : www.thai.tourismthailand.org/Attraction/
  • ต้นน้ำของน้ำตกนี้จะเป็นตาน้ำขนาดใหญ่ที่ผุดขึ้นจากใต้ดิน และไหลคดเคี้ยวจนรวมกันในอ่างเก็บน้ำ ซึ่งที่นี่จะมีน้ำไหลตลอดทั้งปี ทั้งยังมีบรรยากาศสวย ๆ จากหินงอกหินย้อยให้ได้ชมอีกด้วยค่ะ

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จ.กาญจนบุรี

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ภาพจาก : www.mgronline.com/travel/detail/963000008091
  • หนึ่งในน้ำตกที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย ที่สำคัญที่นี่ยังเต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ที่แสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของธรรมชาติ

น้ำตกชันตาเถร จ.ชลบุรี

น้ำตกชันตาเถร ภาพจาก : www.travel.kapook.com/view212673.html
  • ชลบุรีไม่ได้มีดีแค่ทะเล แต่น้ำตกของที่นี่ก็สวยงามไม่แพ้กันค่ะ ซึ่งน้ำตกแห่งนี้จะมีทั้งหมด 6 ชั้น และเส้นทางเดินก็จะมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้อยู่ ปลอดภัยหายห่วงแน่นอน

น้ำตกผาหยด จ.เพชรบุรี

น้ำตกผาหยด ภาพจาก : www.amazingthaitour.com/
  • ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่นี่จะมีความสวยตรงน้ำที่ตกลงมามีลักษณะเป็นสายคล้ายฉัตร ใครได้ไปจะต้องติดใจแน่นอนค่ะ

น้ำตกเอราวัณ จ.กาญจนบุรี

น้ำตกเอราวัณ ภาพจาก : http://mypopchutinun.blogspot.com/2018/02/blog-post.html
  • มีน้ำตกทั้งหมด 7 ชั้น แต่ละชั้นก็จะมีความสวยงามแตกต่างกันออกไป นอกจากนี้ก็ยังเส้นทางสำหรับการศึกษาธรรมชาติอีกด้วยค่ะ

ทั้งหมดนี้ก็เป็น 9 น้ำตกยอดฮิตที่อยู่ใกล้ ๆ กรุงเทพฯ ทั้งสวยแถมยังเดินทางได้สะดวกแบบนี้ต้องห้ามพลาดแล้วนะคะ แต่ที่สำคัญการไปเที่ยวน้ำตกก็ควรเช็คสภาพอากาศให้ดี ๆ ทั้งนี้ก็เพื่อความสวยงามของน้ำตก รวมไปถึงความปลอดภัยขณะเล่นด้วยน้า

อ่านเพิ่มเติม:

ปักหมุด! 8 จุดกางเต็นท์ยอดนิยม รับลมหนาว ดูดาวแบบฟิน ๆ

การได้ไปสัมผัสอากาศหนาวถือเป็นอีกหนึ่งความฟินขั้นสุดยอดของใครหลาย ๆ คนเลยก็ว่าได้ และที่สำคัญตอนนี้กิจกรรมสุดฮิตอย่าง ‘การกางเต็นท์’  ก็ถือได้ว่ากำลังมาแรงสุด ๆ เพราะนอกจากพวกคุณจะได้ไปนอนรับลมหนาวแบบไม่ต้องใช้แอร์แล้ว ยังจะได้นอนดูดาวที่พรั่งพราวอยู่เต็มท้องฟ้าอีกด้วย

และสำหรับใครที่ชอบการไปนอนเต็นท์หรือกำลังเป็นนักแคมป์ปิ้งมือใหม่อยู่ วันนี้เราก็ได้รวบรวม 8 จุดกางเต็นท์สุดฮิตที่จะทำให้เหล่าคนรักธรรมชาติฟินไปตาม ๆ กัน หากใครพร้อมแล้วก็เตรียมกาย เตรียมใจ พร้อมแพ็กกระเป๋าไปส่องความฟินพร้อมกันเลยค่ะ

ปางอุ๋ง จ.แม่ฮ่องสอน

ภาพจาก : www.th.readme.me/p/14149
  • หากใครต้องการบรรยากาศโรแมนติก ๆ ก็ขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ เพราะนอกจากจะได้ตั้งแคมป์กันในป่าสนแล้ว ในช่วงเช้ายังจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศไอหมอกลอยเหนือผิวน้ำอีกด้วย สำหรับที่นี่ก็จะมีบริการให้เช้าอุปรกรณ์แคมป์ปิ้งในราคาเริ่มต้น 400 บาท แต่หากนำมาเองก็คิดค่าสถานที่เพียงแค่ 30 บาทเท่านั้น

ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่

ภาพจาก : www.travel.trueid.net/detail/6QABlqwN70Wo
  • สำหรับที่นี่จะมีสถานที่กางเต็นท์ไว้ให้บริการอยู่แถวโซนดงสน ซึ่งสามารถรองรับนักท่อวเที่ยวได้ประมาณ 300 – 400 คน นอกจากนี้ก็ยังมีตรงแถวโซนผาตั้งและโซนห้วยทรายเหลืองอีกด้วยค่า

ดอยหลวงเชียงดาว จ.เชียงใหม่

ภาพจาก : www.hellowinter.xn--60-qqiho9gn1etczag5gd0g7etg.com/
  • ที่ดอยหลวงเชียงดาวก็จะมีที่พักให้ได้เลือกมากมาย และที่พักแต่ที่ก็จะมีโซนเต็นท์ไว้รองรับนักท่องเที่ยวแบบไม่ต้องพกไปเองอีกด้วย สำหรับไฮไลท์สำคัญก็ตามชื่อเลยค่ะนั่นก็คือ ‘ดาว’ ดาวของที่นี่สวยมากจริง ๆ ค่ะทุกคน ใครที่ชอบทั้งอากาศหนาวบวกดาวสวย ๆ ขอแนะนำเลยค่ะ

ดอยเสมอดาว จ.น่าน

ภาพจาก : www.blog.traveloka.com/th/local-attraction/places-tent-camping/
  • จะไปนอนดูดาวเห็นทีจะพลาดดอยเสมอดาวไม่ได้ ที่นี่จะเป็นลักษณะพื้นแบบกว้างตามสันเขาซึ่งเหมาะมากสำหรับการนอนกางเต็นท์ นอกจากนี้ในตอนเช้าคุณยังจะได้ฟินกับทะเลหมอกในยามเช้าอีกด้วยนะคะ

จุดชมวิวเสม็ดนางชี จ.พังงา

ภาพจาก : www.thayu.go.th/travel/detail/192
  • ล่องใต้ไปกันที่แถบอันดามันกันบ้าง สำหรับที่นี่ก็มีวิวสวย ๆ ให้ได้ชมไม่แพ้ภาคเหนือเลยค่ะ ที่สำคัญในระหว่างวันยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ให้ทำมากมายทั้งการล่องเรือ เที่ยว ดูวิถีชาวประมง ใครที่อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศไปนอนกางเต็นท์แถวทะเลขอแนะนำที่แห่งนี้เลยจ้า

ภูกระดึง จ.เลย

ภาพจาก : www.sites.google.com/site/kritsanaposungnuen/sthan-thi-thi-snci/phukradung
  • หลายคนคงคุ้นหูกับคำว่า ‘พิชิตภูกระดึง’ อย่างแน่นอน ซึ่งที่นี่ก็ต้องอาศัยความฟิตในการเดินเท้าขึ้นไปสักหน่อย แต่ถ้าหากเริ่มเดินตั้งแต่เช้าก็จะได้เจอกับธรรมชาติรอบทางที่หลากหลายพร้อมอากาศเย็นสบายรับรองว่าหายเหนื่อยแน่ ๆ

ผาเก็บตะวัน อุทยานแห่งชาติทับลาน  จ.นครราชสีมา

ภาพจาก : www.blog.traveloka.com/th/local-attraction/places-tent-camping/
  • พื้นที่โอโซนบริสุทธิ์ที่ติดอันดับโลก สำหรับที่นี่ทุกคนจะได้เห็นความสวยงามของขันเขาน้อยใหญ่ที่วางสลับกันพร้อมกับป่าสีเขียวขจีที่สำคัญยังอยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพฯ แถมยังเดินทางง่ายอีกด้วยนะคะ

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน  จ.เพชรบุรี

ภาพจาก : www.travel.mthai.com/blog/84593.html
  • อีกหนึ่งที่ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ที่นี่จะเป็นอุทยานที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์มีลานกางเต็นท์ให้เลือกมากถึง 3 ที่ ได้แก่ ลานกางเต็นท์ริมอ่างเก็บน้ำ ลานพะเนินทุ่งที่จะได้สัมผัสกับทะเลหมอกยามเช้า และลานกางเต็นท์บรรยากาศชายป่า ใครอยากสัมผัสให้ครบก็ต้องสลับวันไปกางเต็นท์เลยค่ะ

และไม่ว่าจะไปกับใครหรือจะไปคนเดียวก็รับรองได้เลยว่าทุกคนจะต้องประทับใจกับการออกไปสัมผัสกับธรรมชาติในครั้งนี้อย่างแน่นอน แต่ที่สำคัญก็ควรเช็คสภาพอากาศและเตรียมอุปกรณ์สำคัญไปให้พร้อมเพื่อให้การเที่ยวครั้งนี้ไม่มีสะดุดนะคะ

อ่านเพิ่มเติม:

10 ที่เที่ยวอุดรธานี ถ้าไม่ไปถือว่าพลาด!

การได้ออกไปเที่ยวหรือการได้เดินทางไปที่ใหม่ ๆ ถือเป็นกิจกรรมโปรดของใครหลายคนอย่างแน่นอน และวันนี้เราจะพาทุกคนไปท่องเที่ยวที่แดนอีสานอย่างจังหวัด ‘อุดรธานี’ จังหวัดที่เต็มไปด้วยจารีต ประเพณี วัฒนธรรม รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม จะมีที่ไหนรอให้คุณได้ไปสัมผัสอยู่ตามไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

ทะเลบัวแดง

ภาพจาก : www.hellowinter.xn--60-qqiho9gn1etczag5gd0g7etg.com/%
  • ไปอุดรทั้งทีไม่แวะทะเลบัวแดงก็เหมือนมาไม่ถึง ซึ่งที่นี่ในอยู่ในบึงน้ำจืดบึงหนองหาน เป็นแหล่งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มีทั้งปลา นก และพืชน้ำต่าง ๆ โดยในช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ของทุกปีนักท่องเที่ยวจะได้เห็นดอกบัวแดงบานเต็มน้ำสมกับชื่อทะเลบัวแดงจริง ๆ ค่ะ

วัดป่าภูก้อน

ภาพจาก : www.pantip.com/topic/37576393
  • สำหรับวัดแห่งนี้จะอยู่ที่อำเภอนายูง สำหรับที่วัดแห่งนี้จะมีพระวิหารลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์สมัยรัตนโกสินทร์ ภายในมีการตกแต่งอย่างสวยงามตระการตา และภายในวัดยังมีพระบรมสารีริกธาตุให้ชาวไทยเชื้อสายพุทธได้เข้าไปกราบไว้อีกด้วยค่ะ

อุโบสถดอกบัวกลางน้ำ  วัดสันติวนาราม

ภาพจาก : www.thailandtourismdirectory.go.th/th/info/attraction/detail/itemid/21177
  • สำหรับที่นี่จะอยู่ใกล้กับแหล่งมรดกโลกชุมชนบ้านเชียง เป็นพระอุโบสถทรงดอกบัวสีขาวหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ตั้งเด่นสง่าอยู่กลางน้ำ สำหรับภายในก็จะเต็มไปด้วยภาพวาดฝาผนังที่บอกเล่าเรื่องราวของพุทธประวัติ และยังมีองค์พระประธานสีขาวโดนเด่นอยู่ภายในอุโบสถอีกด้วย

คำชะโนด

ภาพจาก : www.mgronline.com/travel/detail/9630000054832
  • หรือวังนาคินทร์คำชะโนด ซึ่งเป็นสถานที่ที่จะมีลักษณะเป็นเกาะลอยน้ำที่เต็มไปด้วยต้นชะโนด นอกจากนี้ที่คำชะโนดยังมีปรากฏในตำนานอีกว่ามีพญานาคปู่ศรีสุทโธ ย่าศรีประทุมมา และสิ่งลี้ลับต่าง ๆ รวมไปถึงพญานาคคอยปกปักษ์รักษาไม่ให้ที่แห่งนี้จมน้ำนั่นเองค่ะ

ชุมชนบ้านเชียง

ภาพจาก : www.travel.mthai.com/region/northeast/144222.html
  • ชุมชมเก่าแก่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘แหล่งมรดกโลก’ ที่นี่จะมีสินค้า OTOP จำหน่ายมากมาย และที่ไม่ควรพลาดนั่นก็คือเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงที่มีเอกลักษณ์และลวดลายที่สวยงามโดดเด่น นอกจากนี้ก็ยังมีสินค้าอื่น ๆ ทั้งผ้าทอลายพื้นเมือง รวมไปถึงเสื้อผ้า และเครื่องประดับอีกมากมาย

อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท

ภาพจาก : www.blog.traveloka.com/th/local-attraction/udonthani-wonderful-trip/
  • สำหรับที่นี่จะเป็นอุทยานที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ มีโครงสร้างส่วนใหญ่เป็นหินทรายที่ถูกกัดกร่อนจากธรรมชาติ เป็นเพิงหินที่มีลักษณะที่แปลกตา นอกจากนี้ก็ยังมีรอยพระบาทสลักลึกลงในพื้นดินประมาณ 25 เซนติเมตรอีกด้วย

บ้านห้วยสำราญ

ภาพจาก : www.blog.traveloka.com/th/local-attraction/udonthani-wonderful-trip/
  • หมู่บ้านแห่งดอกไม้ประดับไม่ว่าจะเป็นดาวเรือง หงอนไก่ สร้อยทอง เบญจมาศ ฯลฯ ที่อยู่บนเนื้อที่กว่า 65 ไร่ ใครอยากได้มุมถ่ายรูปสวย ๆ ขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ

พิพิธภัณฑ์เมือง

ภาพจาก : www.i-san.tourismthailand.org/4928/
  • โดยภายในพิพิธภัณฑ์เมืองก็ได้มีการบอกเล่าเรื่องราวของแผ่นดินอีสาน ซึ่งอาคารจะถูกออกแบบเป็นโคโลเนียลสีเหลืองสดใส เป็นอาคารหลังเก่าที่เพิ่งได้รับการปรับปรุงใหม่เมื่อปี พ.ศ.2557 โดยการปรับปรุงในครั้งนี้ได้นำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาผสมผสาน จนทำให้ที่นี่มีความน่าสนใจและร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น

ภูฝอยลม

ภาพจาก : www.travel.mthai.com/region/northeast/80242.html
  • ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปรับลมหนาวที่ภาคอีสานก็ขอแนะนำที่ภูฝอยลมแห่งนี้เลยค่ะ ที่สำคัญไม่ได้มีดีแค่ลมหนาวเท่านั้นแต่กลางคืนยังได้นอนดูดาวฟิน ๆ กันอีกด้วย

Option 0 Coffee Bar

ภาพจาก : www.twitter.com/reviewud/status/1122754895533076480
  • เที่ยวจนเหนื่อยก็มาปิดท้ายกันที่คาเฟ่ใจกลางเมืองอุดร Option 0 Coffee Bar คาเฟ่สไตล์มินิมอล สีขาว ที่นอกจากเครื่องดื่มจะเด็ดดวงแล้วยังมีมุมถ่ายรูปให้เหล่าสายชิคได้ไปถ่ายรูปอัปลงไอจีอีกเพียบ!

อุดรธานีถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ครบเครื่องเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวจริง ๆ ค่ะ ใครได้มีโอกาสไปเที่ยวแถวโซนภาคอีสาน ก็อย่าลืมแวะ 10 สถานที่ท่องเที่ยวอุดรที่เรานำมาฝาก รับรองได้เลยว่าหากใครได้ไปแล้วจะต้องหลงรักที่นี่อย่างแน่นอน

อ่านเพิ่มเติม:

8 ที่เที่ยวบึงกาฬ 2563 เมืองเล็ก ๆ ที่น่าไปเยือน

‘บึงกาฬ’ อีกหนึ่งจังหวัดทางภาคอีสาน และถึงแม้ว่าจังหวัดบึงกาฬแห่งนี้จะเป็นจังหวัดที่เพิ่งมีการแยกตัวออกจากจังหวัดหนองคาย เมื่อปี 2554 แต่ที่นี่ก็เป็นเมืองรองที่มีทั้งอาหารการกิน สถานที่ท่องเที่ยว และวัฒนธรรมที่สวยงามไม่แพ้ที่อื่น ๆ เลยค่ะ

และที่สำคัญที่นี่ยังมีทั้งภูเขา น้ำตก และวิถีชีวิตของคนริมฝั่งโขงที่รอให้ทุกคนได้ไปสัมผัส จะมีที่ไหนในบึงกาฬที่น่าไปเที่ยวสักครั้งในชีวิตบ้าง วันนี้เราก็ได้รวบรวม 8 สถานที่เที่ยวในบึงกาฬมาฝากเหล่านักเดินทางกันอีกเช่นเคยค่ะ

ภูทอก

ภาพจาก : www.pantip.com/topic/37920065
  • เริ่มกันที่สถานที่ท่องเที่ยวสุด unseen อย่างภูทอกเลยค่ะ สำหรับที่ภูทอกแห่งนี้จะเป็นสถานที่ตั้งของวัดเจติยาศรีวิหาร (วัดภูทอก) ซึ่งไฮไลท์สำคัญของที่นี่จะอยู่ที่สะพานไม้และบันไดไม้ที่ใช้เพียงแรงงานคนเท่านั้น โดยตรงนี้ทุกคนสามารถขึ้นไปชมทัศนียภาพรอบ ๆ ภูทอกแบบ 360 องศาได้เลยค่ะ สำหรับที่นี่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปชมความงามในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี

น้ำตกถ้ำพระ

ภาพจาก : www.sanook.com/travel/1410449/
  • สำหรับน้ำตกถ้ำพระจะตั้งอยู่ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว โดยน้ำตกจะแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือช่วงที่มีน้ำลึกพอสมควร ช่วงน้ำตกตื้น และช่วงที่เห็นน้ำกว้างสีขาวลอยน้ำ ซึ่งช่วงสุดท้ายจะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวนิยมเล่นกัน ใครอยากสัมผัสน้ำเย็น ๆ ต้องไปที่นี่เลยค่ะ

หินสามวาฬ

ภาพจาก : www.travel.trueid.net/detail/7Mkbxrrndd2Z
  • มีลักษณะเป็นหินขนาดใหญ่ติดกับหน้าผาสูง โดยจะแยกตัวออกเป็น 3 ก้อน ที่มีความคล้ายคลึงกับครอบครัววาฬ ที่จะมีทั้งพ่อวาฬ แม่วาฬ และลูกวาฬตั้งเรียงกัน ที่มีอายุราว ๆ 75 ล้านปี ที่สำคัญที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวสำคัญที่สามารถมองเห็นได้ทั้งทัศนียภาพในบึงกาฬ รวมไปถึงภูเขาเมืองปากกระดิงประเทศลาวอีกด้วย

หาดทรายขาวริมโขง

ภาพจาก : www.thai.tourismthailand.org/Attraction/%
  • สำหรับที่นี่จะเป็นหาดทรายขาวที่อยู่แถวริมแม่น้ำโขง เป็นทรายที่เกิดจากการพัดพาของตะกอนทรายในช่วงน้ำหลาก ที่สำคัญที่แห่งนี้จะมีให้เห็นแค่ช่วงหน้าหนาวถึงหน้าร้อนเท่านั้นค่ะ

แก่งอาฮง

ภาพจาก : www.tatcontactcenter.com/th/%
  • แก่งอาฮง หรือ ‘สะดือแม่น้ำโขง’ ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกที่สุด โดยสถานที่แห่งนี้ก็ยังเป็นสถานที่เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอย่าง ‘บั้งไฟพญานาค’ ในช่วงประเพณีออกพรรษา ใครที่มีโอกาสแวะไปบึงกาฬในช่วงออกพรรษาก็อย่าลืมแวะไปชมความมหัศจรรย์นี้กันนะคะ

พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต

ภาพจาก : www.travel.mthai.com/region/190924.html
  • สำหรับที่นี่จะเป็นสตรีทอาร์ตที่อยู่ในหมู่บ้านขี้เหล็กใหญ่ ที่ได้นำความเชื่อและความศรัทธาที่มีต่อพญานาค มาผสานกับอาชีพเกษตรกรรมและความชอบของแต่ละครอบครัว ใครที่ได้ไปที่นี่ก็จะได้สัมผัสทั้งวิถีชีวิตและกลิ่นอายของคนในชุมชนแบบดั้งเดิมและศิลปะร่วมสมัยต่าง ๆ ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

อุทยานแห่งชาติภูลังกา

ภาพจาก : www.gangtravel.com/13642
  • พื้นที่แห่งนี้จะคลอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดนครพนมและบึงกาฬ มีเส้นทางธรรมชาติให้ได้เที่ยวหลากหลายทั้งถ้ำยา น้ำตกกินรี และอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีเดินทางพิชิตยอดภูลังกาเพื่อชมความสวยงามของพระอาทิตย์ ส่วนช่วงฤดูที่เหมาะสำหรับการเที่ยวจะอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม – ตุลาคม

วัดโพธาราม

ภาพจาก : www.watphotharam-buengkan.com/

จะอยู่ห่างจากตัวเมืองบึงกาฬไปประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นวัดที่มีมีการประดิษฐานหลงพ่อประใหญ่ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่มีคนในบึงกาฬและเพื่อนบ้านอย่างประเทศลาวให้ความเคารพนับถือ

ทั้งหมดนี้ก็เป็น 8 สถานที่ท่องเที่ยวบึงกาฬที่เรานำมาฝากทุกคน หากใครมีแพลนไปเที่ยวอีสานแล้วก็อย่าลืมแวะไปสัมผัสความฟินและความสวยงามนี้กันที่ ‘บึงกาฬ’ เมืองรองที่ไม่เป็นรองใคร

อ่านเพิ่มเติม:

รวมที่เที่ยวศรีสะเกษ ดินแดนอีสานใต้ที่น่าหลงใหล

เวลาเหนื่อยล้าจากทำเรียน การทำงาน หรือแม้แต่การใช้ชีวิต แต่ละคนก็ต้องมีวิธีการชาร์จแบตให้กับร่างกายที่แตกต่างกันออกไป บางคนก็เพียงแค่ต้องการนอนอยู่เฉย ๆ บางคนก็ชอบการอ่านหนัง ดูหนัง การอ่านหนังสือ รวมไปถึงการ ‘ได้ออกไปเที่ยว’ ก็ถือเป็นอีกกิจกรรมที่ช่วยให้ร่างกายเราได้ชาร์จพลังงานอย่างเต็มที่แน่นอน

ภาคอีสานอีกหนึ่งดินแดนใหญ่ในประเทศไทยที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว อาหารการกิน และประเพณีที่ดีงามมากมาย ‘จังหวัดศรีสะเกษ’ ก็เป็นอีกจังหวัดในภาคอีสานที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์มากมาย และในปัจจุบันก็ยังมีสถานที่เที่ยวอื่น ๆ ให้ทุกคนได้ไปสัมผัสอีกด้วย วันนี้เราจึงได้รวบสถานที่ท่องเที่ยวในศรีสะเกษมาฝากนักเที่ยวทุกคน หากพร้อมแล้วก็ไปม่วนซื่นพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

ผามออีแดง

ภาพจาก : www.mgronline.com/travel/detail/9570000124118

อีกหนึ่งจุดชมวิวที่สวยมาก ๆ แห่งหนึ่งในภาคอีสาน ซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ที่สำคัญยังเป็นวิวที่สามารถชมความสวยงามจากประเทศกัมพูชาได้อีกด้วย ที่นี่จะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 05.00 น. – 16.30 น. ค่ะ

วัดพระธาตุสุพรรณหงส์

ภาพจาก : www.thailandtourismdirectory.go.th/th/info/attraction/detail/itemid/21116

ไฮไลท์ของที่นี่จะอยู่ที่พระอุโบสถบนเรือสุพรรณหงส์จำลอง ซึ่งจะตั้งอยู่บริเวณกลางสระน้ำที่มีความกว้างกว่า 5 เมตร และยาว 13.60 เมตร หลังคาทรงจัตุรมุข 3 ชั้น ซึ่งบริเวณยอดมณฑปจะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุเอาไว้ จึงทำให้ที่นี่เป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและยังเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านด้วยค่ะ

วัดป่าศรีมงคลรัตนาราม

ภาพจาก : www.chill.co.th/articles/article.php?topic=go-to-sisaket-visit-7-famous-tourist-attractions

สำหรับคนอีสานพญานาคถือได้ว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เลื่อมใสศรัทธา ซึ่งที่วัดแห่งนี้ก็ได้มีการออกแบบพื้นที่ให้กลายเป็นวังบาดาลและมีการจำลองหินงอกหินย้อยให้มีความคล้ายคลึงกับถ้ำพญานาค นอกจากนี้ภายในถ้ำก็ยังได้มีการประดิษฐานพระพุทธรูปหยกขาว และรูปปั้นพญานาค 2 ตน เพื่อคอยปกปักษ์รักษาที่แห่งนี้ไว้อีกด้วย

Cupper Crown Café

ภาพจาก : www.dek-d.com/board/view/3986832/

มาต่อกันที่ร้านคาเฟ่น่ารัก ๆ อย่าง Cupper Crown Café โดยร้านนี้จะมีการตกแต่งสไตล์อังกฤษ โทนสีน้ำเงิน – ขาว นอกจากนี้ยังมีมุมสวย ๆ ให้ได้ถ่ายรูปกันอีกเพียบ ใครที่ชื่นชอบร้านคาเฟ่บรรยากาศดี พร้อมอาหารอร่อย ๆ ต้องลองไปที่นี่เลยค่ะ

MALA Cafe’

ภาพจาก : www.malacafe.com/about.html

แต่สำหรับใครที่ชอบความสดชื่น ๆ ขอแนะนำ MALA Cafe’ คาเฟ่ที่เต็มไปด้วยดอกไม้หวานหอมละมุน ในส่วนของเมนูอาหารคาวหวานก็มีให้เลือกมากมาย ใครอยากพักผ่อนในวันสบาย ๆ แนะนำที่นี่เลยนะคะ

วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว

ภาพจาก : www.chill.co.th/articles/article.php?topic=go-to-sisaket-visit-7-famous-tourist-attractions

หรือที่ชาวบ้านกันว่า ‘วัดล้านขวด’ และไม่ต้องสงสัยเลยนะคะว่าทำไมชาวบ้านถึงเรียกกันแบบนี้ เพราะที่นี่ไม่ว่าจะเป็นซุ้มทางเข้า ลานจอดรถ โบสถ์ หรือที่อื่น ๆ ก็จะถูกประดับประดาด้วยขวดแก้วหลากหลายสีกว่าล้านใบ ซึ่งความคิดนี้เป็นไอเดียการออกแบบของ หลวงปู่ลอด ที่ต้องการนำขยะจำพวกขวดมาสร้างเป็นกุฎิหลังแรก หลังจากนั้นชาวบ้านที่มาทำบุญก็มักจะพกขวดมาด้วยจึงทำให้วัดแห่งนี้ค่อย ๆ สร้างที่ต่าง ๆ และนำขวดที่ได้มาตกแต่งนั่นเองค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับศรีสะเกษจังหวัดหนึ่งในแถบอีสานใต้ ในช่วงวันหยุดยาวที่ใกล้จะถึงนี้หากใครยังไม่มีไอเดียว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ก็ลองไปเยือนอีสานสักครั้งรับรองได้เลยว่าดีจนอยากไปซ้ำอีกแน่นอนค่ะ

อ่านเพิ่มเติม:

ทริคการเลือกกระเป๋าเดินทาง ให้คุ้มค่าที่สุด!

สำหรับใครที่เป็นนักเที่ยวก็คงจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าสิ่งสำคัญที่มักมาควบคู่กับการออกเดินทางนั่นก็คือ ‘กระเป๋าเดินทาง’ ซึ่งการเลือกใช้กระเป๋าเดินทางนั้นนอกจากดีไซน์และสไตล์ที่ใช่แล้ว ประโยชน์หรือพื้นที่ใช้สอยภายในกระเป๋าก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยเพิ่มการตัดสินใจซื้อได้เช่นกัน

แล้วอีกไม่กี่วันก็ใกล้จะถึงวันหยุดยาวเข้ามาเต็มที่แล้ว การมีกระเป๋าคู่ใจสักใบเพื่อไว้ใช้สำหรับการเดินทางก็เป็นสิ่งจำเป็นมากด้วยเช่นกัน แต่การที่เราจะเลือกซื้อกระเป๋าใหม่สักใบนั้นก็จำเป็นที่จะต้องเลือกกระเป๋าที่มีความทนทาน ขนาดพอเหมาะ และที่สำคัญก็จะต้องคำนึงถึงการใช้งานในอนาคตด้วยถึงจะคุ้มค่าต่อการใช้งาน

และทุกวันนี้ก็มีตัวเลือกกระเป๋าเดินทางให้เราได้เลือกซื้อกันมากมาย แต่สำหรับนักเดินทางมือใหม่ก็อาจจะยังไม่รู้ว่าตัวเองควรจะเลือกซื้อกระเป๋าแบบไหนดี แต่ไม่ต้องห่วงเลยนะคะ เพราะวันนี้เราได้รวบรวมทริคการเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางให้คุ้มค่าต่อการใช้งานมาฝากทุกคนกัน ส่วนจะมีทริคอะไรบ้างนั้นไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

  • เลือกแบบที่ชอบ ข้อนี้ถือเป็นทริคแรก ๆ ที่สำคัญเลยก็ว่าได้ แต่การที่เราเลือกแบบที่ชอบนั้นก็ต้องมาควบคู่กับการใช้งานที่ทนทาน และไม่แตกง่ายด้วยนะคะ
  • ซื้อแบบผ้า ซึ่งกระเป๋าเดินทางแบบผ้านั้นก็เหมาะมากสำหรับคนที่รู้ตัวว่าชอบขนของไปเยอะ ๆ เพราะแบบผ้ามักมีความยืดหยุ่นได้ดี แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรจะใส่ของมากเกินไปเพราะอาจจะทำให้ซิปปิดได้ยากเช่นกัน
  • ซื้อแบบล้อคู่ 4 ล้อ เพราะนอกจากความทนทานแล้ว ยังช่วยทุ่นแรงในการเข็นได้อีกด้วย
  • ความทนทานของคันชัก ข้อนี้ก็มีความสำคัญไม่แพ้ข้ออื่น ๆ เลย เพราะคันชัดจะเป็นตัวที่คอยรับน้ำหนักในการดึง ลาก และเข็นนั่นเอง
  • มีสายรัดที่ช่องเก็บของ นอกจากจะช่วยสร้างความเป็นระเบียบให้กับของในกระเป๋าแล้ว ยังช่วยยึดสัมภาระภายในกระเป๋าไม่ให้ล้นออกมาอีกด้วย
  • เลือกซิปที่มีขนาดใหญ่ นอกจากนี้ก็ต้องแบบซิปคู่เผื่อหากซิปฝั่งหนึ่งใช้ไม่ได้ก็ยังมีซิปอีกข้างไว้ทดแทนนั่นเอง
  • ขนาดของกระเป๋า ต้องเลือกขนาดที่มีความพอดีกับจำนวนวันที่ต้องเดินทาง เพราะหากกระเป๋าเล็กเกินไปก็ไม่สามารถนำของไปได้ทั้งหมด หรือหากใหญ่เกินไปก็จะเปลืองเนื้อที่และเปลืองแรงสำหรับการขนย้าย
  • การรับประกัน อีกข้อที่มีความสำคัญมากเช่นกัน เพราะหากเราซื้อสินค้ามาแล้วเกิดความผิดพลาดจากการผลิต ไม่ว่าจะเป็ยรอยบุบ น็อตหลุด หรือล้อฝืดก็สามารถที่จะเคลมใบใหม่ได้แบบไม่ต้องเสียเงินซื้อใบใหม่

ทั้งหมดนี้ก็เป็นทริคดี ๆ สำหรับการเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางที่จ่ายเงินครั้งเดียวแต่สามารถใช้งานได้แบบยาว ๆ ใครที่กำลังผันตัวเป็นนักเดินทางหน้าใหม่อยู่ก็สามารถนำทริคเหล่านี้ไปปรับใช้กับการเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางได้นะคะ 

อ่านเพิ่มเติม:

เที่ยวด้วยได้บุญด้วย! รวมสถานที่จัดงานกินเจ 2563

ปักหมุด! คาเฟ่โทนขาวดำเข้าตีมฮาโลวีน

ชี้พิกัด! จุดชมพญาเสือโคร่งในเมืองไทย

เที่ยวด้วยได้บุญด้วย! รวมสถานที่จัดงานกินเจ 2563

‘เทศกาลกินเจ’ หรือเทศกาลถือศีลกินผักเป็นอีกหนึ่งประเพณีเก่าแก่ที่หลายคนต้องเคยได้ยินกันมาอย่างแน่นอน ซึ่งในปีนี้ในประเทศไทยจะตรงกับวันที่ 17 -25 ตุลาคม 2563 รวมระยะเวลาการถือศีลทั้งสิ้น 9 วัน 9 คืน แต่บางคนอาจจะกินล่วงหน้า 1 วันหรือที่เรียกกันว่ากรล้างท้อง โดยเทศกาลการถือศีลกินเจนี้ประชาชนที่ร่วมพิธีส่วนใหญ่ก็จะนุ่งขาวห่มขาว รักษาศีล งดรับประทานอาหารที่ทำมาจากเนื้อสัตว์ (รวมถึงเครื่องปรุงที่มีส่วนผสมของสัตว์)

และถึงแม้ว่าโรงทานหรือโรงเจในปัจจุบันจะมีที่ที่ให้เราได้ไปอิ่มบุญอิ่มท้องมากมาย แต่จังหวัดที่ถือได้ว่าเป็นไฮไลท์ประจำปีที่จะมีกิจกรรมต่าง ๆ นอกเหนือจากการกินเจ ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ทางแถบภาคใต้ โดยไฮไลท์สำคัญของเทศกาลนี้ก็คือกิจกรรมขบวนแห่พระเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลต่าง ๆ หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ‘ม้าทรง’ ที่จะมีการแสดงอิทธิฤทธิ์ทั้งการใช้เหล็กแหลม ดาบ หรือของมีคมต่าง ๆ ทิ่มแทงลงบนร่างกายแบบไร้ซึ่งความเจ็บปวด และหากใครที่พร้อมจะล่องใต้ไปสัมผัสบรรยากาศเทศกาลกินเจที่ทั้งยิ่งใหญ่และตระการตากันแล้ว ก็ตามไปชมพร้อมกันเลยค่ะ

จังหวัดภูเก็ต

ภาพจาก : www.cissagroup.com

สำหรับที่ภูเก็ตก็ไม่ได้มีเพียงแค่ทะเลเท่านั้นที่น่าสนใจ หากแต่ประเพณีหรือเทศกาลต่าง ๆ ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน รวมไปถึงเทศกาลกินเจของที่นี่ก็จะเต็มไปด้วยประชาชนที่หลั่งไหลกันมาด้วยความศรัทธา โดยกิจกรรมของที่จังหวัดภูเก็ตก็จะมีทั้งการอัญเชิญองค์เทพ การแห่พระรอบเมือง พิธีลุยไฟ พิธีสะเดาะเคราะห์ และในวันสุดท้ายก็จะเป็นพิธีส่งพระ โดยพิธีกรรมทั้งหมดนี้ก็เป็นพิธีที่ทำสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนเลยค่ะ   

จังหวัดตรัง

ภาพจาก : www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E9834763/E9834763.html

จังหวัดตรังถือเป็นจังหวัดแรก ๆ ของประเทศที่ได้มีการจัดเทศกาลกินเจ โดยในวันที่มีขบวนแห่เทพเจ้ารอบเมืองทั้งสองข้างก็มีประชาชนออกมาตั้งโต๊ะรับองค์เทพ พร้อมกับจุดประทัดเพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ก็ยังมีพิธีลุยไฟ ข้ามสะพานสะเดาะเคราะห์ และไต่บันไดมีดอีกด้วย

จังหวัดพังงา

ภาพจาก : www.news.ch3thailand.com/local/79724

สำหรับเทศกาลกินเจที่จังหวัดพังงานี้ก็มีพิธีกรรมและกิจกรรมต่าง ๆ คล้ายกับจังหวัดอื่น ๆ ทั้งขบวนแห่ม้าทรง แห่พระรอบเมือง การตั้งโต๊ะและจุดประทัดเพื่อรับความสิริมงคล ซึ่งที่พังงานี้ก็ได้จัดประเพณีนี้มายาวนานกว่า 100 ปีแล้ว

จังหวัดสงขลา

ภาพจาก : www.posttoday.com/life/travel/508077

สำหรับจังหวัดสงขลาการจัดเทศกาลใหญ่งานกินเจจะอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ และนอกจากจะมีพิธีกรรมและการแสดงอิทธิฤทธิ์ต่าง ๆ แล้ว ที่หาดใหญ่ก็ยังมีการออกบูธจำหน่ายอาหารเจนานาชนิดจากร้านค้าต่าง ๆ อีกด้วย ใครที่มีโอกาสก็อย่าลืมแวะไปนะคะ

จังหวัดระนอง

ภาพจาก : www.posttoday.com/life/travel/508077

สำหรับที่ระนองแห่งนี้ก็มีพิธีกรรมและประเพณีต่าง ๆ ที่สร้างความประทับใจได้ไม่แพ้ที่อื่น ซึ่งที่นี่ก็จะมีม้าทรงมาร่วมกันแสดงอิทธิฤทธิ์ทั้งการใช้เหล็กแหลมทิ่มปาก ใช้มีดดาบฟันตัวเอง ซึ่งในโบราณมีความเชื่อกันว่าการทำแบบนี้ถือเป็นการสะเดาะเคราะห์ให้ผู้ที่ถือศีลกินเจโดยมีม้าทรงเป็นผู้รับแทนนั่นเองค่ะ

หากใครมีโอกาสได้ไปร่วมกินเจกันที่ภาคใต้ ก็อย่าลืมแวะไปชมความยิ่งใหญ่และความตระการตากันที่ 5 จังหวัดที่เราแนะนำ รับรองได้เลยว่าทุกคนจะประทับใจไม่รู้ลืมอย่างแน่นอน

อ่านเพิ่มเติม:

ปักหมุด! คาเฟ่โทนขาวดำเข้าตีมฮาโลวีน
ชี้พิกัด! จุดชมพญาเสือโคร่งในเมืองไทย

ชี้พิกัด! จุดชมพญาเสือโคร่งในเมืองไทย

ฤดูหนาวถือเป็นฤดูที่หลาย ๆ คนรอคอยอย่างแน่นอน เพราะนอกจากความเย็นสบายแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ รอให้เราได้เข้าไปชมความสวยงามอยู่มากมาย และในประเทศไทยเองสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในช่วงหน้าหนาวส่วนใหญ่ก็จะอยู่บริเวณภาคเหนือและภาคอีสาน

และอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของการไปสัมผัสอากาศหนาวเย็นนั่นก็คือพืชไม้นานาพรรณที่พร้อมใจกันบานสะพรั่ง ‘พญาเสือโคร่ง’ หรือที่หลายคนรู้จักกันดีในชื่อของซากุระเมือง ก็ถือเป็นอีกพรรณไม้ที่หลายคนต่างเฝ้ารอคอยที่จะชมความงาม โดยพญาเสือโคร่งนั้นจะมีลักษณะเป็นสีชมพูสดที่บานสะพรั่งอยู่เต็มต้น โดยในแต่ละสถานที่ในประเทศไทยที่มีพญาเสือโคร่งอยู่ก็จะมีความสวยงามที่แตกต่างกันออกไป

วันนี้เราจึงได้รวบรวมความสวยงามของพญาเสือโคร่ง จากสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ มาฝากทุกคน เผื่อจะช่วยเพิ่มเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจเที่ยวในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะถึงนี้ค่ะ

ภูลมโล : จังหวัดเลย

ภาพจาก : www.khonkaenlink.info/home/news/5692.html

สำหรับภูลมโลนี้จะตั้งอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดเลย เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก จุดเด่นของที่นี่คือจะมีพื้นที่ไว้สำหรับการกางเต็นท์ และสำหรับดอกพญาเสือโคร่งก็จะมีให้ชมกันในช่วงเดือนมกราคม หรือหากบางปีลมหนาวมาเร็วก็มีห้เห็นตั้งแต่ช่วงปลายปีเลยค่ะ

ดอยอ่างขาง : จังหวัดเชียงใหม่

ภาพจาก : www.travel.mthai.com/blog/102411.html

ที่ดอยอ่างขางนอกจากจะมีความสวยจากพญาเสือโคร่งให้ได้ชมแล้ว ไฮไลท์สำคัญสำหรับการมาเยือนดอกอ่างขางนั่นก็คือการชมดอกไม้เมืองหนาวในโครงการหลวง นอกจากนี้ก็ยังมีโรงเรือนไม้ในร่มให้ได้ชมกันอีกด้วยค่ะ

ดอยแม่สลอง : จังหวัดเชียงราย

ภาพจาก : www.tnnthailand.com/content/25525

ที่นี่นอกจากจะเป็นแหล่งปลูกชาจีนที่ขึ้นชื่อแล้ว ยังมีดอกพญาเสือโคร่งสีขาวและสีชมพู ที่เป็นพันธุ์เล็กที่สุดให้ได้ชม ซึ่งหากใครที่ได้ไปในช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ ก็จะได้ชมดอกพญาเสือโคร่งที่บานสะพรั่งตลอดทางขึ้นดอยเลยค่ะ

ดอยขุนสถาน : จังหวัดน่าน

ภาพจาก : www.thairath.co.th/news/local/842668

สำหรับดอยขุนสถานจะตั้งอยู่ที่อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน และหากใครที่อยากจะชมดอกพญาเสือโคร่งแบบจุใจก็จะต้องไปชมที่จุด ‘สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน’ ที่อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานไปประมาณ 2 กิโลเมตรค่ะ

ขุนแม่ยะ : จังหวัดเชียงใหม่ – จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ภาพจาก : www.blog.bangkokair.com/

สำหรับจุดเด่นของที่ขุนแม่ยะแห่งนี้จะปลูกพญาเสือโคร่งไว้ทั่วทั้งดอย จึงทำให้ช่วงฤดูหนาวนักท่องเที่ยวจะสามารถมองเห็นพญาเสือโคร่งได้ทุกบริเวณของดอย จนที่แห่งนี้ได้รับขนานนามว่า ‘ดอยสีชมพู’

ขุนช่างเคี่ยน : จังหวัดเชียงใหม่

ภาพจาก : www.avengo.net/5-%

สำหรับขุนช้างเคี่ยนจะตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ เส้นทางเดียวกับการไปพระธาตุดอยสุเทพ พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ และบ้านม้งดอยปุย

อีกไม่นานก็ไกลจะถึงฤดูหนาวแล้วใครที่อยากจะสัมผัสอากาศหนาวไปพร้อมกับบรรยากาศสวย ๆ ที่รายล้อมไปด้วยพญาเสือโคร่งก็สามารถไปตามพิกัดที่เรานำมาฝากได้เลยนะคะ