ทริคการเลือกกระเป๋าเดินทาง ให้คุ้มค่าที่สุด!

สำหรับใครที่เป็นนักเที่ยวก็คงจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าสิ่งสำคัญที่มักมาควบคู่กับการออกเดินทางนั่นก็คือ ‘กระเป๋าเดินทาง’ ซึ่งการเลือกใช้กระเป๋าเดินทางนั้นนอกจากดีไซน์และสไตล์ที่ใช่แล้ว ประโยชน์หรือพื้นที่ใช้สอยภายในกระเป๋าก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยเพิ่มการตัดสินใจซื้อได้เช่นกัน

แล้วอีกไม่กี่วันก็ใกล้จะถึงวันหยุดยาวเข้ามาเต็มที่แล้ว การมีกระเป๋าคู่ใจสักใบเพื่อไว้ใช้สำหรับการเดินทางก็เป็นสิ่งจำเป็นมากด้วยเช่นกัน แต่การที่เราจะเลือกซื้อกระเป๋าใหม่สักใบนั้นก็จำเป็นที่จะต้องเลือกกระเป๋าที่มีความทนทาน ขนาดพอเหมาะ และที่สำคัญก็จะต้องคำนึงถึงการใช้งานในอนาคตด้วยถึงจะคุ้มค่าต่อการใช้งาน

และทุกวันนี้ก็มีตัวเลือกกระเป๋าเดินทางให้เราได้เลือกซื้อกันมากมาย แต่สำหรับนักเดินทางมือใหม่ก็อาจจะยังไม่รู้ว่าตัวเองควรจะเลือกซื้อกระเป๋าแบบไหนดี แต่ไม่ต้องห่วงเลยนะคะ เพราะวันนี้เราได้รวบรวมทริคการเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางให้คุ้มค่าต่อการใช้งานมาฝากทุกคนกัน ส่วนจะมีทริคอะไรบ้างนั้นไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

  • เลือกแบบที่ชอบ ข้อนี้ถือเป็นทริคแรก ๆ ที่สำคัญเลยก็ว่าได้ แต่การที่เราเลือกแบบที่ชอบนั้นก็ต้องมาควบคู่กับการใช้งานที่ทนทาน และไม่แตกง่ายด้วยนะคะ
  • ซื้อแบบผ้า ซึ่งกระเป๋าเดินทางแบบผ้านั้นก็เหมาะมากสำหรับคนที่รู้ตัวว่าชอบขนของไปเยอะ ๆ เพราะแบบผ้ามักมีความยืดหยุ่นได้ดี แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรจะใส่ของมากเกินไปเพราะอาจจะทำให้ซิปปิดได้ยากเช่นกัน
  • ซื้อแบบล้อคู่ 4 ล้อ เพราะนอกจากความทนทานแล้ว ยังช่วยทุ่นแรงในการเข็นได้อีกด้วย
  • ความทนทานของคันชัก ข้อนี้ก็มีความสำคัญไม่แพ้ข้ออื่น ๆ เลย เพราะคันชัดจะเป็นตัวที่คอยรับน้ำหนักในการดึง ลาก และเข็นนั่นเอง
  • มีสายรัดที่ช่องเก็บของ นอกจากจะช่วยสร้างความเป็นระเบียบให้กับของในกระเป๋าแล้ว ยังช่วยยึดสัมภาระภายในกระเป๋าไม่ให้ล้นออกมาอีกด้วย
  • เลือกซิปที่มีขนาดใหญ่ นอกจากนี้ก็ต้องแบบซิปคู่เผื่อหากซิปฝั่งหนึ่งใช้ไม่ได้ก็ยังมีซิปอีกข้างไว้ทดแทนนั่นเอง
  • ขนาดของกระเป๋า ต้องเลือกขนาดที่มีความพอดีกับจำนวนวันที่ต้องเดินทาง เพราะหากกระเป๋าเล็กเกินไปก็ไม่สามารถนำของไปได้ทั้งหมด หรือหากใหญ่เกินไปก็จะเปลืองเนื้อที่และเปลืองแรงสำหรับการขนย้าย
  • การรับประกัน อีกข้อที่มีความสำคัญมากเช่นกัน เพราะหากเราซื้อสินค้ามาแล้วเกิดความผิดพลาดจากการผลิต ไม่ว่าจะเป็ยรอยบุบ น็อตหลุด หรือล้อฝืดก็สามารถที่จะเคลมใบใหม่ได้แบบไม่ต้องเสียเงินซื้อใบใหม่

ทั้งหมดนี้ก็เป็นทริคดี ๆ สำหรับการเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางที่จ่ายเงินครั้งเดียวแต่สามารถใช้งานได้แบบยาว ๆ ใครที่กำลังผันตัวเป็นนักเดินทางหน้าใหม่อยู่ก็สามารถนำทริคเหล่านี้ไปปรับใช้กับการเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางได้นะคะ 

อ่านเพิ่มเติม:

เที่ยวด้วยได้บุญด้วย! รวมสถานที่จัดงานกินเจ 2563

ปักหมุด! คาเฟ่โทนขาวดำเข้าตีมฮาโลวีน

ชี้พิกัด! จุดชมพญาเสือโคร่งในเมืองไทย

เที่ยวด้วยได้บุญด้วย! รวมสถานที่จัดงานกินเจ 2563

‘เทศกาลกินเจ’ หรือเทศกาลถือศีลกินผักเป็นอีกหนึ่งประเพณีเก่าแก่ที่หลายคนต้องเคยได้ยินกันมาอย่างแน่นอน ซึ่งในปีนี้ในประเทศไทยจะตรงกับวันที่ 17 -25 ตุลาคม 2563 รวมระยะเวลาการถือศีลทั้งสิ้น 9 วัน 9 คืน แต่บางคนอาจจะกินล่วงหน้า 1 วันหรือที่เรียกกันว่ากรล้างท้อง โดยเทศกาลการถือศีลกินเจนี้ประชาชนที่ร่วมพิธีส่วนใหญ่ก็จะนุ่งขาวห่มขาว รักษาศีล งดรับประทานอาหารที่ทำมาจากเนื้อสัตว์ (รวมถึงเครื่องปรุงที่มีส่วนผสมของสัตว์)

และถึงแม้ว่าโรงทานหรือโรงเจในปัจจุบันจะมีที่ที่ให้เราได้ไปอิ่มบุญอิ่มท้องมากมาย แต่จังหวัดที่ถือได้ว่าเป็นไฮไลท์ประจำปีที่จะมีกิจกรรมต่าง ๆ นอกเหนือจากการกินเจ ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ทางแถบภาคใต้ โดยไฮไลท์สำคัญของเทศกาลนี้ก็คือกิจกรรมขบวนแห่พระเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลต่าง ๆ หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ‘ม้าทรง’ ที่จะมีการแสดงอิทธิฤทธิ์ทั้งการใช้เหล็กแหลม ดาบ หรือของมีคมต่าง ๆ ทิ่มแทงลงบนร่างกายแบบไร้ซึ่งความเจ็บปวด และหากใครที่พร้อมจะล่องใต้ไปสัมผัสบรรยากาศเทศกาลกินเจที่ทั้งยิ่งใหญ่และตระการตากันแล้ว ก็ตามไปชมพร้อมกันเลยค่ะ

จังหวัดภูเก็ต

ภาพจาก : www.cissagroup.com

สำหรับที่ภูเก็ตก็ไม่ได้มีเพียงแค่ทะเลเท่านั้นที่น่าสนใจ หากแต่ประเพณีหรือเทศกาลต่าง ๆ ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน รวมไปถึงเทศกาลกินเจของที่นี่ก็จะเต็มไปด้วยประชาชนที่หลั่งไหลกันมาด้วยความศรัทธา โดยกิจกรรมของที่จังหวัดภูเก็ตก็จะมีทั้งการอัญเชิญองค์เทพ การแห่พระรอบเมือง พิธีลุยไฟ พิธีสะเดาะเคราะห์ และในวันสุดท้ายก็จะเป็นพิธีส่งพระ โดยพิธีกรรมทั้งหมดนี้ก็เป็นพิธีที่ทำสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนเลยค่ะ   

จังหวัดตรัง

ภาพจาก : www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E9834763/E9834763.html

จังหวัดตรังถือเป็นจังหวัดแรก ๆ ของประเทศที่ได้มีการจัดเทศกาลกินเจ โดยในวันที่มีขบวนแห่เทพเจ้ารอบเมืองทั้งสองข้างก็มีประชาชนออกมาตั้งโต๊ะรับองค์เทพ พร้อมกับจุดประทัดเพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ก็ยังมีพิธีลุยไฟ ข้ามสะพานสะเดาะเคราะห์ และไต่บันไดมีดอีกด้วย

จังหวัดพังงา

ภาพจาก : www.news.ch3thailand.com/local/79724

สำหรับเทศกาลกินเจที่จังหวัดพังงานี้ก็มีพิธีกรรมและกิจกรรมต่าง ๆ คล้ายกับจังหวัดอื่น ๆ ทั้งขบวนแห่ม้าทรง แห่พระรอบเมือง การตั้งโต๊ะและจุดประทัดเพื่อรับความสิริมงคล ซึ่งที่พังงานี้ก็ได้จัดประเพณีนี้มายาวนานกว่า 100 ปีแล้ว

จังหวัดสงขลา

ภาพจาก : www.posttoday.com/life/travel/508077

สำหรับจังหวัดสงขลาการจัดเทศกาลใหญ่งานกินเจจะอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ และนอกจากจะมีพิธีกรรมและการแสดงอิทธิฤทธิ์ต่าง ๆ แล้ว ที่หาดใหญ่ก็ยังมีการออกบูธจำหน่ายอาหารเจนานาชนิดจากร้านค้าต่าง ๆ อีกด้วย ใครที่มีโอกาสก็อย่าลืมแวะไปนะคะ

จังหวัดระนอง

ภาพจาก : www.posttoday.com/life/travel/508077

สำหรับที่ระนองแห่งนี้ก็มีพิธีกรรมและประเพณีต่าง ๆ ที่สร้างความประทับใจได้ไม่แพ้ที่อื่น ซึ่งที่นี่ก็จะมีม้าทรงมาร่วมกันแสดงอิทธิฤทธิ์ทั้งการใช้เหล็กแหลมทิ่มปาก ใช้มีดดาบฟันตัวเอง ซึ่งในโบราณมีความเชื่อกันว่าการทำแบบนี้ถือเป็นการสะเดาะเคราะห์ให้ผู้ที่ถือศีลกินเจโดยมีม้าทรงเป็นผู้รับแทนนั่นเองค่ะ

หากใครมีโอกาสได้ไปร่วมกินเจกันที่ภาคใต้ ก็อย่าลืมแวะไปชมความยิ่งใหญ่และความตระการตากันที่ 5 จังหวัดที่เราแนะนำ รับรองได้เลยว่าทุกคนจะประทับใจไม่รู้ลืมอย่างแน่นอน

อ่านเพิ่มเติม:

ปักหมุด! คาเฟ่โทนขาวดำเข้าตีมฮาโลวีน
ชี้พิกัด! จุดชมพญาเสือโคร่งในเมืองไทย

ปักหมุด! คาเฟ่โทนขาวดำเข้าตีมฮาโลวีน

คาเฟ่ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่นั่งเรียน นั่งทำงาน ที่พักผ่อนหย่อนใจยอดฮิตในปัจจุบันเลยก็ว่าได้ เพราะด้วยบรรยากาศสบาย ๆ บวกกับอาหารคาวหวานที่มีครบจึงทำให้สถานที่แห่งนี้ครองใจใครต่อหลายคนได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้คาเฟ่ก็ยังเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่เหมาะสำหรับคนทุกวัย ที่สำคัญทุกวันนี้ไม่ว่าเราจะหันไปทางก็มักจะเจอกับคาเฟ่บรรยากาศสวย ๆ ให้เราได้แวะเข้าไปเช็คอินมากมายไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่โทนมินิมอล คาเฟ่สีเขียวคลีน ๆ หรือจะเป็นคาเฟ่สีสันสดใสต่าง ๆ

‘คาเฟ่โทนขาวดำ’ อีกหนึ่งโทนคาเฟ่สุดฮิตที่ไม่ว่าจะแต่งตัวแนวไหนก็ได้รูปอัปลงไอจีอย่างแน่นอน แล้วยิ่งใกล้ช่วงวันฮาโลวีนแบบนี้ใครที่ไม่ได้ต้องการจะไปเช็คอินตามผับหรือร้านนั่งชิลล์ต่าง ๆ แต่ก็ไม่อยากพลาดเทรนด์การถ่ายรูปแนวดาร์ก ๆ ก็ลองเข้าไปเช็คอินกันที่คาเฟ่โทนขาว-ดำก็ดูจะอินเทรนด์ไม่เบาเลยนะคะ

และวันนี้เราก็ไม่พลาดที่รวบรวมคาเฟ่โทนขาวดำพิกัดกรุงเทพฯ มาฝากเหล่าคนชอบถ่ายภาพกัน จะมีคาเฟ่ไหนสวยโดนใจทุกคนบ้างไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

Labyrinth Cafe
: ถนนพระรามที่ 4 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

ภาพจาก : www.bkkmenu.com/eat/we-recommend/labyrinth-cafe.html

สำหรับที่นี่นอกจากจะมาพร้อมกับสีของร้านที่เก๋ไม่ซ้ำใครแล้ว ลูกค้าที่มาดื่มเครื่องดื่มยังได้สัมผัสรสชาติของกาแฟที่ไม่จำเจ ทั้งยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมการดื่มกาแฟจากบาร์ริสต้าที่หลงใหลในรสชาติของกาแฟอีกด้วย

Kid-Mai Death Café
: ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ

ภาพจาก : www.pantip.com/topic/38034898

คาเฟ่แนวใหม่ที่เชิญชวนทุกคนให้มาเรียนรู้ ‘การไม่ประมาทในชีวิต’ ที่ทำให้หลังจากการมาจะทำให้ทุกคนได้เรียนรู้ว่าการตายนั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัว เมนูเด็ดของทีนี่ก็มีจะมี เกิด, แก่, เจ็บ, ตาย (BORN, ELDER, PAINFUL และ DEATH) แต่ละเมนูก็มีการออกแบบที่แตกต่างกันออกไป

The Black Forest
: ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ

ภาพจาก : www.food.trueid.net/detail/JzKAd8L9b32N

แต่หากใครที่กำลังมองหาคาเฟ่บรรยากาศดี ไม่วุ่นวาย และที่สำคัญราคาไม่แพงต้องลองร้านนี้เลยค่ะ

Blacksmith
: ซอยอารีย์ 3 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ

ภาพจาก : www.soimilk.com/restaurants/news/blacksmith-ari

โรงตีเหล็กในย่านอารีย์ ที่จะแต่งด้วยสีดำตัดกับน้ำตาลสามารถนั่งได้ยาว ๆ ตั้งแต่เช้าถึงค่ำ

LOWBATTERY COFFEE
: ซอยคู้บอน 26 แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพฯ

ภาพจาก : www.lookbook.in.th/lowbattery-coffee/

ร้านคุมโทนขาว – ดำ สไตล์โมเดิร์นมินิมอลมีมุมสำหรับถ่ายรูปทั้งหน้าร้าน ในร้าน และมุมสูงเลยค่ะ

Liquid Objects
: โครงการ Int Intersect พระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ

ภาพจาก : www.coffeeworld.mobi/liquid-objects-coffee-bangkok-thailand/

ร้านนี้จะเป็นโทนสีดำตัดด้วยสีเขียวสด และแม้ร้านจะไม่ได้ใหญ่มากแต่ก็เหมาะสำหรับการถ่ายรูปแน่นอน

FIX Coffee
: ซอย ศาลาแดง 1 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ

ภาพจาก : www.forfur.com/

การตกแต่งสไตล์ลอฟท์มินิมอล จะเน้นการใช้สีดำและปูนเปลือย ร้านนี้เหมาะสำหรับคนที่เป็นคนคอกาแฟ สำหรับตัวร้านก็สบาย ๆ เหมาะสำหรับมานั่งชิล ๆ ค่ะ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นคาเฟ่โทนขาว – ดำ ที่เรานำมาฝากทุกคนกันฮาโลวีนนี้ใครยังไม่มีรูปสวย ๆ อัปลงไอจีก็อย่าลืมแวะไปเช็คอินที่ร้านคาเฟ่โทนขาวดำกันนะคะ

อ่านเพิ่มเติม:

ชี้พิกัด! จุดชมพญาเสือโคร่งในเมืองไทย

ชี้พิกัด! จุดชมพญาเสือโคร่งในเมืองไทย

ฤดูหนาวถือเป็นฤดูที่หลาย ๆ คนรอคอยอย่างแน่นอน เพราะนอกจากความเย็นสบายแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ รอให้เราได้เข้าไปชมความสวยงามอยู่มากมาย และในประเทศไทยเองสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในช่วงหน้าหนาวส่วนใหญ่ก็จะอยู่บริเวณภาคเหนือและภาคอีสาน

และอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของการไปสัมผัสอากาศหนาวเย็นนั่นก็คือพืชไม้นานาพรรณที่พร้อมใจกันบานสะพรั่ง ‘พญาเสือโคร่ง’ หรือที่หลายคนรู้จักกันดีในชื่อของซากุระเมือง ก็ถือเป็นอีกพรรณไม้ที่หลายคนต่างเฝ้ารอคอยที่จะชมความงาม โดยพญาเสือโคร่งนั้นจะมีลักษณะเป็นสีชมพูสดที่บานสะพรั่งอยู่เต็มต้น โดยในแต่ละสถานที่ในประเทศไทยที่มีพญาเสือโคร่งอยู่ก็จะมีความสวยงามที่แตกต่างกันออกไป

วันนี้เราจึงได้รวบรวมความสวยงามของพญาเสือโคร่ง จากสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ มาฝากทุกคน เผื่อจะช่วยเพิ่มเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจเที่ยวในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะถึงนี้ค่ะ

ภูลมโล : จังหวัดเลย

ภาพจาก : www.khonkaenlink.info/home/news/5692.html

สำหรับภูลมโลนี้จะตั้งอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดเลย เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก จุดเด่นของที่นี่คือจะมีพื้นที่ไว้สำหรับการกางเต็นท์ และสำหรับดอกพญาเสือโคร่งก็จะมีให้ชมกันในช่วงเดือนมกราคม หรือหากบางปีลมหนาวมาเร็วก็มีห้เห็นตั้งแต่ช่วงปลายปีเลยค่ะ

ดอยอ่างขาง : จังหวัดเชียงใหม่

ภาพจาก : www.travel.mthai.com/blog/102411.html

ที่ดอยอ่างขางนอกจากจะมีความสวยจากพญาเสือโคร่งให้ได้ชมแล้ว ไฮไลท์สำคัญสำหรับการมาเยือนดอกอ่างขางนั่นก็คือการชมดอกไม้เมืองหนาวในโครงการหลวง นอกจากนี้ก็ยังมีโรงเรือนไม้ในร่มให้ได้ชมกันอีกด้วยค่ะ

ดอยแม่สลอง : จังหวัดเชียงราย

ภาพจาก : www.tnnthailand.com/content/25525

ที่นี่นอกจากจะเป็นแหล่งปลูกชาจีนที่ขึ้นชื่อแล้ว ยังมีดอกพญาเสือโคร่งสีขาวและสีชมพู ที่เป็นพันธุ์เล็กที่สุดให้ได้ชม ซึ่งหากใครที่ได้ไปในช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ ก็จะได้ชมดอกพญาเสือโคร่งที่บานสะพรั่งตลอดทางขึ้นดอยเลยค่ะ

ดอยขุนสถาน : จังหวัดน่าน

ภาพจาก : www.thairath.co.th/news/local/842668

สำหรับดอยขุนสถานจะตั้งอยู่ที่อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน และหากใครที่อยากจะชมดอกพญาเสือโคร่งแบบจุใจก็จะต้องไปชมที่จุด ‘สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน’ ที่อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานไปประมาณ 2 กิโลเมตรค่ะ

ขุนแม่ยะ : จังหวัดเชียงใหม่ – จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ภาพจาก : www.blog.bangkokair.com/

สำหรับจุดเด่นของที่ขุนแม่ยะแห่งนี้จะปลูกพญาเสือโคร่งไว้ทั่วทั้งดอย จึงทำให้ช่วงฤดูหนาวนักท่องเที่ยวจะสามารถมองเห็นพญาเสือโคร่งได้ทุกบริเวณของดอย จนที่แห่งนี้ได้รับขนานนามว่า ‘ดอยสีชมพู’

ขุนช่างเคี่ยน : จังหวัดเชียงใหม่

ภาพจาก : www.avengo.net/5-%

สำหรับขุนช้างเคี่ยนจะตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ เส้นทางเดียวกับการไปพระธาตุดอยสุเทพ พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ และบ้านม้งดอยปุย

อีกไม่นานก็ไกลจะถึงฤดูหนาวแล้วใครที่อยากจะสัมผัสอากาศหนาวไปพร้อมกับบรรยากาศสวย ๆ ที่รายล้อมไปด้วยพญาเสือโคร่งก็สามารถไปตามพิกัดที่เรานำมาฝากได้เลยนะคะ